รุษผู้ได้รับการขนานนามว่า ‘อสูรในคราบมนุษย์’ นี่นะ!” ดวงตาของเชิ่งมู่เหมือนมีไฟเผาไหม้อยู่ข้างใน
ทันใดนั้นร่างใหญ่ก็กระโจนออกจากกลางฝุ่นตลบลงมาบนพื้น เขาหายใจหอบ กำปั้นที่เหมือนภูผาปล่อยไอร้อนออกมา
จากนั้นเซี่ยต้าก็เงยหน้าขึ้นเพ่งมองไปที่กลางพายุฝุ่น ลมอ่อนพัดผ่าน ไล่ความขมุกขมัวในอากาศให้มลายหายไป
เซี่ยต้าหยีตาเพ่งไปที่ฝุ่นฟุ้ง กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ดุร้ายสั่นไหว
ปู้ฟางเองก็มองจ้องไปยังพายุฝุ่นเช่นกัน จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ปี๊บ ปี๊บ!
เสียงหุ่นยนต์ดังสะท้อนออกจากกลุ่มฝุ่น จากนั้นร่างหนึ่งก็เผยให้เห็นสู่สายตา ร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อม่านหมอกจางลงไป
ร่างดังกล่าวยังเป็นร่างโลหะอ้วนกลมของเจ้าขาวที่ส่องสว่างสะท้อนแสงอยู่ดังเดิม
ดวงตาของมันกะพริบแสงสีแดงต่อเนื่องรวดเร็ว
“นี่มันบ้าอะไรกัน! เหตุใดจึงยังไม่เละเป็นโจ๊กไปอีก ไอ้หุ่นเชิดนี่…” ใครบางคนที่สังเกตเห็นร่างไร้รอยขีดข่วนของเจ้าขาวตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
เชิ่งมู่สูดหายใจเข้าลึก หมัดห่าฝนจากร่างกายที่แข็งแกร่งของเซี่ยต้านั้นรุนแรงพอที่จะทำให้อสูรเวทระดับเจ็ดตายได้ แต่ไอ้หุ่นเชิดนี่…กลับยังสภาพดีเหมือนเดิม ไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วน!
นี่มันอาเพศอะไรกัน…มันแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
รูม่านตาของเซี่ยต้าหดแคบ จากนั้นเขาก็ยืดอกขึ้นแล้วหัวเราะออกมา
เขากระทืบเท้าหนึ่งข้างลงพื้นอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้พื้นหินเบื้องล่างแต