ป็นซากไป!” เชิ่งมู่วางท่ามุทะลุดุดัน
ปู้ฟางลุกขึ้นมายืนบังโอวหยางเสี่ยวอี้ไว้ พลางเดินไปหาชายกลุ่มนี้
“ข้าคือเจ้าของร้าน พวกเจ้ามีอะไร”
มู่หลิงเฟิงที่อยู่ไกลออกไปส่ายหน้าทันที เหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด…ไอ้พวกบ้าจากวิหารเทพเจ้าลงทัณฑ์ที่มีแต่กล้ามเนื้อแต่ไร้รอยหยักในสมองเดินทางพาตัวเองมาถึงที่นี่จนได้ แต่เขาเองก็ไม่คิดจะขยับตัวแต่อย่างใด ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมซดน้ำแกงปลาแสนอร่อยต่อไป
“มีอะไรเช่นนั้นรึ มีสิ แน่นอนอยู่แล้ว! ไม่ได้ยินที่ข้าพูดเมื่อครู่รึว่าข้ามาเพื่อสมบัติ อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย รีบส่งต้นตื่นรู้ทางห้าสายมาเดี๋ยวนี้…”
เชิ่งมู่กำหมัด กล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นระริกตามแรงหัวเราะ
ปู้ฟางมองหน้าอีกฝ่ายโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ชายหนุ่มยิ้มพลางเอ่ยตอบ “มีคนมากหน้าหลายตาที่อยากได้สมบัติข้า…เจ้าคิดว่าตนเองเก่งมาจากไหนกัน”
เชิ่งมู่พลันชะงักไป เขาถลึงตามองจากนั้นก็เรียกพลังปราณปริมาณมหาศาลออกมา แต่ก่อนที่จะทันได้ขยับตัว ชายหนุ่มก็ต้องหยุดมือลงเสียก่อน เนื่องจากรู้สึกได้ถึงพลังรุนแรงที่พุ่งผ่านประตูร้านเข้ามาหยุดตัวเขาเอาไว้
“ใครกล้ามาก่อเรื่องที่ร้านแห่งนี้กัน”
เสียงเย็นลอยมาจากนอกร้าน จากนั้นก็ตามมาด้วยเงาเงาหนึ่ง
ผู้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่รวมถึงตัวปู้ฟางเองยื่นคอออกไปมองนอกร้านด้วยความสงสัยใคร่รู้ จากนั้นพวกเขาก็เห็นทันทีว่าผู้มาเยือนพร้อมวาจาหาเรื่องนั้นคือมนุษย์อสรพิษนั่นเอง
ปู้ฟางไม่ร