้หยกสีโลหิตจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันใดนั้นเงาของพระพุทธรูปสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นรอบกาย ฝ่ามือของพระพุทธรูปซัดใส่จ่านคงอย่างรุนแรง และขณะที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะตวัดลงมา พระพุทธรูปสีทองอร่ามก็แปรสภาพเป็นสีแดงโลหิตและมีรูปลักษณ์ดุร้ายหมายขวัญ
จ่านคงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกระโจนขึ้นไปในอากาศ ชายหนุ่มหมุนตัวหนึ่งรอบพลางฉีกพระพุทธรูปสีโลหิตออกเป็นชิ้นๆ
พระพุทธรูปสีโลหิตขนาดมหึมาสลายหายไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงรอยแสงสีโลหิตเท่านั้น
“ยอดเยี่ยม…. ข้านึกว่าจะต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งเสียอีก ดูเหมือนว่าเขาจะใช้ตัวล่อเพื่อหลบหนีไปได้สำเร็จ อย่างนี้สินะที่เรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งปราดเปรื่อง แต่ช่างเถอะ… นี่เป็นเพียงสาขาหนึ่งของสำนักพุทธเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล” ปีกของจ่านคงสลายไป เขาค่อยๆ ลอยกลับยืนบนพื้นอย่างนุ่มนวล พลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ขณะบ่นพึมพำกับตนเองไปด้วย
จ่านคงกลับหลังหัน ยกมือไขว้หลังก่อนจะเดินออกไป เบื้องหลังของเขา… ตรงที่ว่างซึ่งเคยเป็นสวนกว้างตอนนี้กลายเป็นเพียงหินกองพะเนินเท่านั้น
…
บนถนนเส้นต่างๆ ในนครหลวงขณะนี้มีบุรุษตัวใหญ่กำยำน่ากลัวในชุดหนังจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างไม่เกรงกลัว
ผู้นำของคนกลุ่มนี้เป็นบุรุษร่างใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อประหนึ่งขุนเขาย่อมๆ พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากกายของชายผู้นี้ทั้งหนักแน่นและยิ่งใหญ่ ขณะที่พลังนั้นกระจายออกไปก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
จู