เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนขยิบตาให้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสีแดง
หลายวันที่ผ่านมา ชายผู้นี้มาที่ร้านแทบทุกวัน ทุกครั้งเขาจะสั่งอาหารแตกต่างกันไป แล้วพอกินหมดก็จะจากไปทันที ไม่เหมือนขั้นนักพรตยุทธการคนอื่นๆ ที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ในร้านต่อเหมือนแมลงวันหัวเขียว
“ขอบใจมาก” ชายผู้นั้นส่งยิ้มอบอุ่นให้โอวหยางเสี่ยวอี้ จากนั้นก็หันไปสนใจน้ำแกงตรงหน้า
ตอนนี้มู่หลิงเฟิงตกเป็นทาสรสชาติของอาหารร้านนี้เป็นที่เรียบร้อย ครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ลิ้มลองอาหารซึ่งอร่อยราวได้ขึ้นสวรรค์นี้ เขาก็รู้สึกตกใจจนแทบสิ้นสติ รูขุมขนทุกรูในร่างสั่นสะท้านด้วยความสุข หัวใจแทบจะกระเด้งออกจากหน้าอกอย่างปิติยินดี
ไม่ใช่แค่มู่หลิงเฟิงคนเดียวที่ตกอยู่ในสภาพนี้ บรรดาขั้นนักพรตยุทธการหลายคนรอบตัวเขาก็ติดนิสัยมาสั่งอาหารกินจานสองจานก่อนจะจากไปเช่นกัน
“น่าเสียดายนัก…ทันทีที่ผลไม้สุกเต็มที่ ร้านเล็กๆ แห่งนี้ก็จะกลายเป็นสมรภูมิรบ ข้าสงสัยนักว่ามันจะอยู่รอดจากเหตุการณ์นั้นหรือไม่…และข้าจะมีโอกาสได้กินอาหารเลิศรสเช่นนี้อยู่อีกหรือเปล่า” มู่หลิงเฟิงถอนหายใจเบาๆ กับตนเอง
“หืมมม” หลังจากที่ซดน้ำแกงไปสองสามคำ เขาก็รู้สึกตัวขึ้นมา ชายหนุ่มหยิบยันต์หยกออกมาจากกระเป๋า ดูเหมือนว่ามันกำลังส่งข้อความบางอย่างมาให้
“ผู้อาวุโสเปี้ยนมาถึงแล้วรึ” มู่หลิงเฟิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งยังถือช้อนน้ำแกงกระเบื้องสีฟ้าขาวอยู่ ส่วนอี