กพรตยุทธการพากันหมดความอดทนจนต้องเข้ามาดูด้วยตนเองว่าต้นตื่นรู้ทางห้าสายโตขนาดไหนแล้ว
ในบรรดาผู้ที่มาเยี่ยมเยือน หลายคนตกหลุมพรางรสชาติอาหารแสนอร่อยของร้านเล็กๆ แห่งนี้ หลังจากที่ได้กินอาหารที่ร้านเข้าไป พวกเขาก็กลายมาเป็นลูกค้าขาประจำที่มาสั่งอาหารทุกวัน การได้มากินอาหารรสชาติอร่อย ทั้งยังได้นั่งอยู่ท่ามกลางท่วงทำนองของการตื่นรู้ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับผลึกที่เสียไปเป็นอย่างยิ่ง
ต้นตื่นรู้ทางห้าสายในกระถางดินเผาซึ่งวางอยู่ที่มุมร้านโตขึ้นเรื่อยๆ ใบของมันเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม บนผิวใบมีลวดลายแขนงซับซ้อน เป็นเส้นห้าเส้นที่พันเกี่ยวกันไปมาเหมือนอสรพิษตัวจ้อย
ท่ามกลางพุ่มใบไม้นั้นมีผลไม้สามผลขนาดเท่าเด็กอ่อนซ่อนอยู่ มันห้อยลงมาจากกิ่งไม้ราวกับตั้งใจจะยั่วยวน บนผิวของผลไม้มีเมฆสีฟ้าอ่อนสี่ก้อนประทับอยู่
ทุกคนในที่แห่งนี้รู้ดีว่าเมื่อใดที่เมฆก้อนที่ห้าปรากฏขึ้น แปลว่าผลไม้นั้นสุกได้ที่แล้ว
แต่วันนี้ก็ยังมีเมฆอยู่สี่ก้อนดังเดิม ขาดไปอีกก้อนเดียวเท่านั้นก็จะสมบูรณ์
“เสี่ยวอี้ วานเอาอาหารไปให้ลูกค้าที” เสียงเบาของปู้ฟางดังออกมาจากห้องครัว
จากนั้นเขาก็นำน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาร้อนจี๋ชามใหญ่มาวางไว้บนหน้าต่างครัว
โอวหยางเสี่ยวอี้เดินกระโดดดึ๋งมาตามโถงทางเดินอย่างที่ทำเป็นประจำ นางถือชามอาหารเอาไว้ในมือ พลางเดินไปหาชายในชุดคลุมสีแดงที่โต๊ะตัวหนึ่ง
“นี่น้ำแกงเต้าหู้หัวปลาที่สั่ง กินให้อร่อยเจ้าค่ะ”