กวัน แต่ความเร็วในการพัฒนาขั้นปราณของนางก็ไม่ได้ติดขัดแต่อย่างใด ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นเพราะต้นตื่นรู้ทางห้าสายที่ปล่อยกระแสตื่นรู้ออกมา ทำให้ในร้านเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เหมาะกับการฝึกปราณ ซึ่งส่งผลต่อการฝึกปราณอยู่มากโข
“เสี่ยวอี้ ยกจานนี้ไปที”
เสียงนิ่งเรียบไร้อารมณ์ของปู้ฟางดังมาจากครัว โอวหยางเสี่ยวอี้เดินมาที่หน้าต่างห้องครัวพลางยกชามข้าวผัดไข่ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปส่งให้ลูกค้า เด็กหญิงทำงานที่ร้านแห่งนี้มานาน จึงคุ้นเคยกับกลิ่นหอมของอาหารเป็นอย่างดี แม้บางครั้งจะเผลอตกอยู่ในภวังค์ของกลิ่นที่ชวนน้ำลายสอไปบ้าง แต่ก็ถือว่ายังตั้งสติได้เร็วกว่าคนส่วนใหญ่
นี่เป็นหนึ่งในความยากลำบากที่เหล่าพนักงานในร้านอาหารต้องพิชิตให้ได้
เมื่อยกชามข้าวผัดไข่ไปให้ลูกค้าแล้ว โอวหยางเสี่ยวอี้ก็ยิ้มเล็กน้อยพลางถอยหลังออกมาสองสามก้าว ตอนนั้นเองเด็กหญิงก็สังเกตเห็นเงาร่างของใครหลายคนปรากฏขึ้นที่ทางเข้าร้านจึงหันหน้าไปมอง
“เถ้าแก่ปู้อยู่ไหน เร็วเข้า รีบเรียกเถ้าแก่ปู้ออกมา…”
อู๋อวิ๋นไป่เดินโซเซเข้ามาในร้านด้วยใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ด้านหลังนางเป็นอาจารย์อาอู๋ที่ดูกำลังวิตกกังวลไม่น้อย ถัดจากอาจารย์อาอู๋ไปอีกเป็นอาหนี่กับหยูฟู่ซึ่งกำลังประคองร่างของมนุษย์อสรพิษอีกตนที่สลบอยู่ ทันทีที่โอวหยางเสี่ยวอี้เห็นมนุษย์อสรพิษ ในใจก็เกิดความสงสัยต่อเผ่าพันธุ์แปลกประหลาดนี้ขึ้นมา
“พวกท่านรอตรงนี้ก่อน นายท่านตัวเหม