็นกำลังทำอาหารอยู่ในครัว” โอวหยางเสี่ยวอี้กล่าว หลังจากคลุกคลีกับเถ้าแก่ปู้มานาน คำพูดคำจาของนางก็ติดจะเรียบง่ายและห้วนกระชับ
“อาจารย์อาอู๋ อย่ากังวลไปเลย เราหาเก้าอี้นั่งก่อนเถอะ” น้ำเสียงของอู๋อวิ๋นไป่ฟังดูอ่อนแรงเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากไร้ซึ่งสีชมพูเหมือนอย่างเคย
อาจารย์อาอู๋พยักหน้าพลางดึงเก้าอี้ออกมาให้อู๋อวิ๋นไป่นั่ง
หยูฟู่มีท่าทางหวาดๆ ขณะมองไปรอบร้าน “นี่ร้านของศิษย์พี่ปู้จริงหรือนี่ หลังจากลำบากลำบนกันมานาน ในที่สุดเราก็มาถึงที่นี่จนได้”
ใบหน้าสวยงามของหยูฟู่นั้นเต็มไปด้วยรอยแผล เกล็ดที่หางก็ฉีดขาดเพราะร่องรอยการบาดเจ็บ ผ่านไปพักใหญ่ ปู้ฟางก็เช็ดคราบเปื้อนที่ติดอยู่บนมือจากนั้นก็เดินออกจากครัวมา เขาพยักหน้าให้อู๋อวิ๋นไป่กับบรรดาพรรคพวกที่กำลังรออยู่
ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่มนุษย์อสรพิษหญิงหยูฟู่ แต่เมื่อเห็นหยูเฟิ่งที่ไม่ได้สติ เขาก็ขมวดคิ้วแน่น
ลมหายใจของมนุษย์อสรพิษผู้นี้อ่อนแรงกว่าเมื่อคราวก่อนเสียอีก เห็นได้ชัดว่าระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ชายผู้นี้ต้องได้รับบาดเจ็บรุนแรงแน่
“เจ้าบาดเจ็บรึ” เมื่อหันไปมองอู๋อวิ๋นไป่ที่ตามเนื้อตัวมีร่องรอยการบาดเจ็บ ปู้ฟางก็ถามขึ้นมาเสียงเรียบ
“แผลเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” อู๋อวิ๋นไป่ยังคงรักษาท่าทีทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด
“เถ้าแก่ปู้… ข้าบอกแล้วว่าไอ้เจ้ามู่เฉิงนั่นคิดชั่ว เขาตั้งใจให้ท่านไปหาเพราะคิดจะฆ่าท่าน หากเมื่อวานเป็