นท่านที่ไป เกรงว่ามีพันชีวิตท่านก็คงจะเสียไปทั้งหมด โชคยังดีที่เมื่อคืนนายหญิงฝ่าฝูงขั้นนักพรตยุทธการออกมาได้ ไม่อย่างนั้นภารกิจครั้งนี้ก็คงล้มเหลวเละเทะเป็นแน่” อาจารย์อาอู๋กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
เจ้ามู่เฉิงที่ร่วมมือกับคนจากวิหารเทพเจ้าสำดับสามแห่งดินแดนป่ารกชัฏนับเป็นคนชั่วช้าเลวทรามอย่างแท้จริง หากเจ้าสำนักอยู่ที่นี่ด้วย เจ้ามู่เฉิงคงถูกซัดตายด้วยฝ่ามือเดียวไปแล้ว ทว่าทันทีที่อู๋อวิ๋นไป่ได้รับบาดเจ็บ อาจารย์อาอู๋ก็ใช้ม้วนอักขระส่งข้อความลับกลับไปที่ตำหนักเมฆาขาว ตอนนี้เจ้าสำนักส่งแม่ทัพจ้านกง หนึ่งในสี่แม่ทัพใหญ่มาที่นี่แล้ว ทันทีที่อีกฝ่ายมาถึง เจ้ามู่เฉิงต้องโดนบี้เละด้วยฝ่ามือเดียวอย่างแน่นอน
นั่นเพราะแม่ทัพจ้านกงอยู่ในขั้นเทพแห่งสงครามอย่างไรเล่า!
“โอ้ ถือว่าโชคของเจ้ายังดีอยู่” เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากอาจารย์อาอู๋ ปู้ฟางก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด แน่นอนว่าเจ้ามู่เฉิงย่อมเตรียมการรอท่าเขาไว้อยู่แล้ว นั่นเพราะอีกฝ่ายเคยบาดเจ็บด้วยน้ำมือของเขามาก่อน
แต่ปู้ฟางก็สงสัยไม่น้อยว่าวิหารเทพเจ้าสำดับสามแห่งดินแดนป่ารกชัฏนั้นคือสิ่งใดกัน
“ในเมื่อเจ้าบาดเจ็บ ข้าแนะนำให้เจ้าสั่งอาหารรายการใหม่ของร้านก็แล้วกัน เพราะมันอาจช่วยรักษาอาการของเจ้าได้” ปู้ฟางมองหน้าหญิงสาวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อู๋อวิ๋นไป่ตกตะลึง อาการบาดเจ็บของนางนับว่าสาหัส แม้แต่โอสถทิพย์ทั่วไปยังใช้ไม่ได้ผล แต