ึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่บาดแผลก็เริ่มสมานตัว หญิงสาวยืดคอ ดวงตาเป็นประกายขณะตักข้าวในชาม ช้อนในมือไม่หยุดขยับไม่ต่างจากข้าวพูนช้อนที่ถูกส่งเข้าปากอย่างต่อเนื่อง
ปู้ฟางพอใจกับท่าทางการกินของอู๋อวิ๋นไป่มาก การกินอาหารเลิศรสนั้นควรกินอย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะมันแสดงถึงการยอมรับรสชาติของอาหารจานนั้น
การกระมิดกระเมี้ยนกินนั้นแปลว่าอาหารตรงหน้ายังดึงดูดใจไม่มากพอ
อู๋อวิ๋นไป่เบิกตากว้างไม่หยุดขณะกิน เมื่อข้าวโลหิตมังกรตกถึงกระเพาะ นางก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นจากท้อง แก่นพลังงานของนางกลายเป็นดั่งเตาอบเมื่อพลังปราณและพลังชีวิตพลุ่งพล่านโอบล้อมไปทั่วร่าง
ตอนนั้นเองร่างที่บาดเจ็บของอู๋อวิ๋นไป่ก็เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ด้วยวิธีฝึกปราณของนาง พลังปราณที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างและชีพจรก็เปลี่ยนเป็นพลังปราณเที่ยงแท้ และเมื่อพลังปราณเที่ยงแท้เหล่านั้นไปรวมกันที่บาดแผล ร่องรอยทั้งหลายก็ถูกเยียวยาจนดีขึ้น
ร่างที่มีแต่รอยแผลแสนสาหัสของหญิงสาวค่อยๆ หายเป็นปกติด้วยความเร็วเหลือเชื่อที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
อู๋อวิ๋นไป่ทั้งแปลกใจและตื่นตะลึง เมื่อคิดขึ้นว่าข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อเพียงชามเดียว… ทรงพลังพอที่จะรักษาอาการบาดเจ็บของนางได้! นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว!