ทำน้ำซอสเนื้อ ชายหนุ่มตัดเนื้อสันนอกของวัวมังกรออกมา พลางควงมีดไปมาในมือ จากนั้นลวดลายดอกไม้ก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น
…
ทันทีที่ปู้ฟางเดินถือชามข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อออกมาจากครัว กลิ่นหอมของเนื้อและน้ำซอสรวมกับกลิ่นของข้าวโลหิตมังกรก็ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำเอาผู้คนที่นั่งอยู่ต่างพากันสูดดมกลิ่นในอากาศด้วยความตื่นเต้น
“นี่ข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อของเจ้า ค่อยๆ กินละ” ปู้ฟางกล่าวพลางวางชามข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อลงตรงหน้าอู๋อวิ๋นไป่
ดวงตาของหญิงสาวพลันเจิดจ้าขึ้นเมื่อได้เห็นชามข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อ แต่แล้วประกายความผิดหวังก็วาบขึ้นมาเมื่อนางรู้สึกได้ว่าอาหารตรงหน้าไม่ใช่อาหารโอสถทิพย์อย่างที่คาดไว้
ในเมื่อไม่ใช่อาหารโอสถทิพย์แล้วจะได้ผลหรือ
อู๋อวิ๋นไป่ไร้ซึ่งคำตอบ แต่ก็ยังหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อเข้าปากไปเต็มคำท่ามกลางสายตาริษยาของคนอื่นๆ
ร้อนลวกปาก! กลิ่นหอมเกินห้ามใจ!
นี่คือความประทับใจแรกเมื่อได้ลิ้มรสข้าวโลหิตมังกรหน้าเนื้อ ความร้อนจนลวกปากกับกลิ่นหอมหนาแน่นทรงพลังยิ่งกว่าต่อมรับรสของนาง จึงทิ้งความชาเอาไว้เล็กน้อย
ข้าวโลหิตมังกรเคี้ยวหนึบ ส่วนน้ำซอสของเนื้อก็รสชาติเข้มข้น แม้จะระบุไม่ได้ว่าเนื้อที่อยู่ในน้ำซอสนั้นเป็นเนื้อของอสูรเวทชนิดใด แต่มันก็ให้รสชาติดีล้ำ หลังกินไปพักหนึ่ง ใบหน้าที่ซีดเผือดของอู๋อวิ๋นไป่ก็เริ่มมีสีแดงเรื่อ อาจเป็นเพราะพลังงานในกายเพิ่มข