บนถนนของนครหลวง ในตรอกอันเงียบสงัดนอกร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
แสงจากดวงดาวส่องให้พื้นตรอกสว่างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นสุนัขสีดำตัวอ้วนที่กำลังเยื้องย่างไปข้างหน้าด้วยท่าทางเหมือนแมว ทิ้งเงาทอดยาวเอาไว้ด้านหลัง
เจ้าดำมองไปที่คนโง่บ้าเซ่อซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า ไอ้หนอนเน่าที่กล้าเอาคมมีดมาแทงท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้
ในตอนนี้หัวใจของฉางเต๋อรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกฝูงสุนัขนับหมื่นตัววิ่งมาเหยียบจนตายคาอุ้งเท้า สุนัขสีดำตัวใหญ่อ้วนท้วนตรงหน้าเขาเปิดปากพูดออกมาเป็นภาษาคนได้อย่างไรกัน เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่
ฉางเต๋อสะกดความรู้สึกหวาดกลัวจนขนหัวลุกเอาไว้ไม่ไหว ถึงกับแข้งขาอ่อนทรุดลงกองกับพื้น เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นับร้อยนับพัน ความร้ายแรงของสถานการณ์ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
“สุนัขพูดได้… ข้าอยากจะขอลาตายกับพระพุทธองค์! หวังว่าสุนัขนี่จะไม่ใช่อสูรเวทที่เจ้ามู่เฉิงบอกนะ” ทันใดนั้นความสับสนของเขาก็ถูกซัดหายไปราวกับโดนสายฟ้าฟาด เหมือนเปลวเทียนที่สว่างวาบขึ้นกลางความมืด ใบหน้าของฉางเต๋อซีดขาวประหนึ่งเป็นกระดาษ หน้าตาเหมือนเพิ่งถูกผีหลอกไม่มีผิด
อสูรเวทที่เขาเฝ้าระวังมาตลอดทั้งวัน กลับกลายเป็นเป้าหมายของเขาในคืนนี้ไปเสียได้! ฉางเต๋อยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมน้ำตานองหน้า ใบหน้าบูดเบี้ยวด้วยความขุ่นหมองเหมือนกำลังสวดมนต์ลาตายให้ตนเอง นักบวชหนุ่มรู้สึกอยากจะเงยหน้าก่นด่าสวรรค์ที่กลั่นแกล้งเขาเหลือเกิน
อสูรเวทที