สีฟ้าอมเขียวใสขึ้นมาใส่จอก หมอกที่ก่อตัวเป็นทางสามสายลอยอยู่เหนือจอก อัดแน่นไปด้วยพลังปราณเข้มข้นที่ไหลเวียนออกมา
“นี่สุราตื่นรู้เพลิงน้ำแข็งที่สั่ง ดื่มให้สนุก” ปู้ฟางพูดพร้อมยื่นจอกสุราให้อู๋อวิ๋นไป่ ผู้ซึ่งอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป
อู๋อวิ๋นไป่รับจอกมา ดวงตาจ้องไปที่จอกในมือไม่วอกแวกไปไหน นางเลียริมฝีปากแดงเรื่อ กลืนน้ำลายเอื๊อก จากนั้นก็จิบไปหนึ่งจิบ
รสชาติแหลมร้อนรุ่มกระจายตัวในปากของหญิงสาวทันที ทำให้รู้สึกยะเยือกไปทั้งตัว ดวงตาของนางเป็นประกาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกระดกอีกสามจิบจนหมดจอก
ปู้ฟางรับจอกที่อู๋อวิ๋นไป่โยนมาด้วยสีหน้ามึนงง จากนั้นก็หันไปมองนางด้วยสายตาสงบนิ่ง
ใบหน้าของอู๋อวิ๋นไป่แดงก่ำไปหมด แก้มระเรื่อทำให้นางดูน่ารักน่ามอง หลังจากที่เรอออกมาหนึ่งยก นางก็ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างโงนไปเงนมา ศีรษะหมุนติ้ว ก่อนจะหงายหลังล้มลงบนพื้นเสียงดังตึง
“แม่นาง!” อาจารย์อาอู๋ตกใจมาก รีบก้าวออกมารับตัวอู๋อวิ๋นไป่เอาไว้ แต่อีกฝ่ายก็เมามายจนไม่ได้สติไปเสียแล้ว
สุราตื่นรู้เพลิงน้ำแข็งหนึ่งจอกนั้นมีฤทธิ์แรงมาก ที่เขากล่าวกันว่า “สลบในจอกเดียว”นั้น… ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแม้แต่น้อย
“เถ้าแก่ปู้… พวกข้าขอตัว นี่ห้าร้อยผลึกค่าสุรา เอาไว้เจอกันวันหลังก็แล้วกัน” อาจารย์อาอู๋มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าอึ้งพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้นางเพิ่งประกาศกล้าเสียดิบดีว่าจะช่วยชีวิตคน แต่ตอนนี้ดื่มสุราไปจอกเดียวกลับ