สลบเหมือดนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว แม่นาง… นี่ท่านเล่นจำอวดอยู่หรือขอรับ
ปู้ฟางรับผลึกมาแล้วพยักหน้าตอบรับ
อาจารย์อาอู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาประคองร่างของอู๋อวิ๋นไป่เอาไว้แล้วเดินออกจากร้านไป ทั้งยังเรียกอาหนี่ที่ดูเหมือนคนเหลงทางให้ตามมาด้วย
ทั้งสามหายตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
ปู้ฟางเคาะเหยือกหยกสีขาวด้วยกระบวยไม้ไผ่เพื่อเรียกความสนใจของทุกคน ก่อนประกาศเสียงเรียบ “เหลืออีกสี่จอก”
บรรดาฝูงชนกระสับกระส่ายทันที ทุกคนต่างพากันเบียดเสียดมาข้างหน้าเพื่อแย่งชิงสุรา ทำให้เกิดความโกลาหลพอตัว
หลังจากที่ขายสุราตื่นรู้เพลิงน้ำแข็งหมดสี่จอก ปู้ฟางก็เก็บเหยือกหยกสีขาวกลับเข้าครัวไป
พอขายสุราเสร็จเรียบร้อย ร้านก็กลับมาทำการตามปกติอีกครั้ง ตระกูลโอวหยางพากันหามผู้เฒ่าโอวหยางกลับไป ส่วนเซียวเสี่ยวหลงก็แบกเซียวเยวี่ยที่นอนแอ้งแม้งจึ๊ปากอยู่บนพื้นออกจากร้านไปเช่นกัน…
“น่าเสียดายจริง วันนี้มีอาหารรายการใหม่แต่กลับไม่มีใครอยากลอง” ปู้ฟางยิ้มพลางพูดพึมพำขณะมองลูกค้าจากไปทีละคนสองคน
“ตายๆ เถ้าแก่ปู้ ขายดีแต่เช้าเลยนะ! เดี๋ยวนี้ต่อให้มาแต่เช้าก็แทบจะเบียดตัวเข้าร้านมาไม่ได้แล้ว” เจ้าอ้วนจินพุงยื่นทักทายอย่างเป็นกันเองขณะเดินผ่านประตูเข้าร้านมาพร้อมกองทัพชายอ้วนขาประจำ
จากนั้นร้านก็กลับมาขายอาหารตามปกติเหมือนทุกๆ วัน
“เสี่ยวอี้ วานเอาอาหารไปให้ลูกค้าที”
“เจ้าค่ะ!”
…
อู๋อวิ๋นไป่นอนแผ่อ้าซ่าอยู่บนเตียงเหมือ