ดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยไหม” จีเฉิงเสวี่ยหัวเราะขณะก้าวเข้าร้านมาพลางทำมือทักทาย
ปู้ฟางหันไปมองจีเฉิงเสวี่ยด้วยสายตาประหลาดใจ หมอนี่ยุ่งมากแท้ๆ แล้วลมอะไรหอบเขามาที่ร้านในวันนี้ได้
หรือว่าเลิกทำอาชีพจักรพรรดิแล้วกันนะ
“ข้าก็ทำมาค้าขายคล่องดี” ปู้ฟางตอบเสียงเรียบ
อู๋อวิ๋นไป่หันไปมองชายหนุ่มที่มาขัดจังหวะการพบปะของนางกับปู้ฟางด้วยสีหน้ารำคาญใจ แม้ฟังจากบทสนทนาแล้วทั้งสองจะดูเป็นคนคุ้นเคยกันก็ตามที
“ร้านของเถ้าแก่ปู้นี่ยังหอมฟุ้งด้วยกลิ่นอาหารชวนน้ำลายไหลเหมือนเคย…” จีเฉิงเสวี่ยอุทาน
ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นกลั้วหัวเราะ “เถ้าแก่ปู้ เมื่อคืนนี้สุราที่เจ้าทำนั้นได้เรื่องเลยทีเดียว กลิ่นสุราหอมฟุ้งไปครึ่งค่อนเมือง ทำเอาตกอกตกใจไปตามๆ กัน ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้าทำสุราแบบใดขึ้นมา เป็นไปได้หรือไม่… ที่จะให้ข้าคนนี้ได้ลิ้มรสดูสักครั้ง”
ปู้ฟางเหลือบตามองจีเฉิงเสวี่ย จากนั้นก็ส่ายหน้าตอบ “เจ้ามาช้าไป วันนี้สุราตื่นรู้เพลิงน้ำแข็งขายหมดแล้ว จะไม่มีขายอีก เจ้าต้องสั่งอย่างอื่นแทนแล้วละ”
ขายหมดแล้วเช่นนั้นรึ จีเฉิงเสวี่ยหน้าซีด จากนั้นก็ลูบคางตนเองพลางพยักหน้ารับ ร้านของปู้ฟางนั้นไม่เหมือนร้านอื่นแม้กระทั่งวิธีการขายของ ตัวเขาเองไม่ได้มาดื่มสุราที่ร้านของปู้ฟางเสียนาน จนแทบลืมไปแล้วว่าชายหนุ่มทำมาค้าขายอย่างไร
“ฮ่าๆ เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ดูให้ดีก่อน เช่นนั้นข้าขอสั่ง… สุราหัวใจหยกเยือกแข็งกับเนื้อตุ๋