องมารับอาหารโอสถทิพย์ของที่ร้านสิ
หรือคนพวกนั้นจะเจอเรื่องไม่คาดคิดระหว่างทางกันนะ
ถ้าจะพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ พวกนั้นควรมาถึงแล้ว แต่ถ้ายังไม่มาก็แปลว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นระหว่างทาง
ปู้ฟางถอนหายใจเงียบๆ คนเดียว
“เจ้าใช้ดอกบัวหมดเลยได้อย่างไร… แล้วการฝึกปราณของข้าเล่า เจ้าเอาดอกบัวไปทำอะไรหมด บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ!” อู๋อวิ๋นไป่โมโหเป็นอันมาก นางอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนครหลวง แต่ไอ้หมอนี่กลับใช้ดอกบัวไปหมดแล้วเสียนี่
“ใช้ทำสุรา ใช้ไปหมดแล้วด้วย” ปู้ฟางตอบ
ใช้ทำสุราเช่นนั้นรึ เอาดอกบัวไปทำสุราเนี่ยนะ เดี๋ยวก่อน! จู่ๆ อู๋อวิ๋นไป่ ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ นางมองปู้ฟางด้วยดวงตาเบิกกว้าง
สุราที่หมอนี่พูดถึง… หมายถึงสุราที่กลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วนครหลวงเมื่อคืนหรือเปล่านะ
ใช้สมุนไพรระดับเจ็ดทำสุรา… พ่อแม่พี่น้อง นี่เราจำเป็นต้องหรูหราฟูฟ่ากันถึงเพียงนี้เชียวรึ
หัวใจของอู๋อวิ๋นไป่เจ็บปวดเหมือนถูกกรีด ความเจ็บปวดนั้นทำเอานางแทบหายใจไม่ออก
“เช่นนั้นสุรานั่นอยู่ไหน… เอามาให้ข้าดื่มเร็วเข้า บางที… อาจจะมีฤทธิ์สมุนไพรหลงเหลืออยู่บ้างก็เป็นได้” นางทำหน้าละห้อยพลางพูดด้วยน้ำเสียงราวกับว่านี่เป็นความหวังสุดท้ายของชีวิต
“อ้อ… วันนี้ขายหมดแล้ว มาซื้อใหม่พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
ปู้ฟางเหลือบตามองอู๋อวิ๋นไป่ด้วยสีหน้าจริงจังพลางเอ่ยตอบ สีหน้าตายด้านของชายหนุ่มนั้นกวนบาทาชวนให้คนมองรู้สึกโกรธแค้นเป็นอันมาก จนอู๋อวิ๋