ลางเข้าหากัน
คนทั้งคู่ที่เดินตรงมาทำให้อู๋อวิ๋นไป่ขมวดคิ้วทันที สีหน้าของนางเคร่งขรึมขึ้น
นั่นเพราะหญิงสาวสัมผัสได้ว่าชายชราท่าทางสะดีดสะดิ้งข้างชายหนุ่มนั้น… มีพลังปราณแก่กล้าเป็นอันมาก หากวัดกันด้วยระดับพลังที่ปล่อยออกมา ชายผู้นี้มีพลังปราณแข็งแกร่งกว่าอาจารย์อาอู๋ที่อยู่ข้างๆ นางเสียอีก
“เดี๋ยวนี้นครหลวงเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา มีขั้นนักพรตยุทธการ… อยู่ทุกหนทุกแห่งไปหมด” อู๋อวิ๋นไป่พึมพำ จากนั้นก็เลิกสนใจแล้วหันกลับมาลากอาจารย์อาอู๋เข้าตรอกไป
“ท่านลุงเหลียน ท่านรู้จัก… สองคนนั้นหรือไม่” จีเฉิงเสวี่ยปรายตามองหลังของอู๋อวิ๋นไป่ พลางหันไปถามเหลียนฟู่ด้วยเสียงแผ่วเบา
เหลียนฟู่โบกนิ้วที่จีบกันไปมาขณะเอ่ยตอบ “ดูเหมือนว่าพวกนี้จะไม่ได้มาจากจักรวรรดิวายุแผ่วของเรานะพะย่ะค่ะ ข้าเองก็ไม่อาจทราบได้”
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็นขั้นนักพรตยุทธการจากที่อื่นสินะ… มาเพื่อชิงต้นตื่นรู้ทางห้าสายเหมือนกันอย่างนั้นหรือ ต้นไม้นั่น… เลอค่าน่าดึงดูดใจถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่” จีเฉิงเสวี่ยพึมพำ
“พระองค์ตรัสถามจริงหรือเล่นพะย่ะค่ะ ต้นตื่นรู้ทางห้าสายนั้นช่วยให้ขั้นนักพรตยุทธการบรรลุเป็นขั้นเทพแห่งสงครามได้ อย่าว่าแต่ขั้นนักพรตยุทธการคนอื่นเลยพะย่ะค่ะ แม้แต่ข้ารับใช้คนนี้ยังตื่นเต้นจนทนไม่ไหวเช่นกัน” เหลียนฟู่สะบัดมือจีบของตนไปมาพลางเอ่ย
จีเฉิงเสวี่ยพยักหน้า การที่ต้นตื่นรู้ทางห้าสายช่วยให้ขั้นนักพรตยุทธการก้าว