นว่าเขาไม่เหลือผลึกแล้ว เนื่องจากส่งให้หมายเลขสามยืมไปจนหมด กระเป๋าของหมายเลขเจ็ดแบนเสียจนไม่รู้จะแบนอย่างไร
“ขออภัยด้วย ร้านเราไม่มีนโยบายกินก่อนจ่ายทีหลัง หากไม่มีผลึกจ่ายก็รบกวนออกจากร้านไป” ปู้ฟางพูดอย่างไม่ไยดี
ผู้นำกองโจรลำดับเจ็ดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธเคืองจนตัวแทบมอดไหม้ เขาแค่อยากจะดื่มสุราสักจอกหนึ่งเท่านั้น เหตุใดมันจึงยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงนี้
ร่างอ้วนกลมของเจ้าขาวที่อยู่ในครัวนั้นสามารถมองเห็นได้จากด้านนอก ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของหมายเลขเจ็ดตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองของเขาฉายภาพความทรงจำอันเลวร้ายซ้ำสอง ชายหนุ่มจึงเลือกเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันหลังกลับ… ก่อเรื่องในร้านเช่นนั้นหรือ ใครมันจะไปกล้ากัน เขาไม่ได้อยากวิ่งแก้ผ้ารอบเมืองเป็นอาหารตาของชาวบ้านชาวช่องอีกรอบเสียหน่อย
โดยเหตุนี้เหล่าสิบสามกองโจรที่พุ่งเข้ามาในร้านเหมือนน้ำไหลหลากในตอนแรก จึงจำต้องแบกร่างสองร่างที่พังพาบเพราะความมึนเมาออกจากร้านเพื่อกลับโรงเตี๊ยมไปในที่สุด ช่างน่าหงุดหงิดอะไรเช่นนี้… พวกเขาหลายคนไม่ได้แม้แต่จะจิบสุราสักครั้งเลยด้วยซ้ำ
ขณะที่เหล่าสิบสามกองโจรลากพี่น้องสองคนของตนกลับที่พักไปนั้น พวกเขาก็เดินสวนกับหนี่หยันและยี่จือหลิงที่มีสีหน้าง่วงงุน
“กลิ่นสุราแรงเป็นบ้า พวกนี้เมาหรอกหรือ” หนี่หยันทำจมูกฟุดฟิดแล้วพึมพำออกมา
จากนั้นนางก็ลากยี่จือหลิงไปยืนอยู่หน้าร้านของปู้ฟาง
แต่ที่หน้าร้านกลับมีแถว