วย
“ทำท่าทำทางเหมือนหลุดปากพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ แต่ความจริงคงวางแผนมาปล่อยข่าวนี้แต่แรกแล้ว ดูเหมือนว่าจะจงใจทำลายร้านเล็กๆ ของฟางฟางสินะ… พอบรรดาขั้นนักพรตยุทธการมาล้อมร้านเอาไว้เสร็จสรรพ ตาแก่หน้าด้านนี่คงกะฉวยโอกาสตอนชุลมุนเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไอ้หมอนี่มันทำเช่นนี้”
เซียวเหมิงพยักหน้า สีหน้าของเขาดูไม่แน่ใจ ตัวแม่ทัพใหญ่เองรู้ดีว่าจีเฉิงเสวี่ยก็น่าจะคิดเช่นเดียวกับเขาอยู่เช่นกัน
“แต่ตาแก่นี่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไร อืม… หรือว่าอาจจะยังไม่รู้นอกรู้ในเรื่องร้านเล็กๆ ของฟางฟางก็เป็นได้ ดูเหมือนจะไม่ได้หาข้อมูลก่อนไปที่ร้าน” มุมปากของจีเฉิงเสวี่ยยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขาเดินไปถึงทางเข้าท้องพระโรง สายตามองไปยังเกล็ดหิมะที่โปรยปรายในอากาศพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ฝูงผู้บำเพ็ญตนขั้นนักพรตยุทธการจะไปทำอะไรได้… ต่อให้มีขั้นเทพแห่งสงครามด้วยเถ้าแก่ปู้ก็คงไม่หวั่นแม้แต่น้อย ตาแก่นั่นหาจังหวะฉวยโอกาสช่วงชุลมุน แต่คงกลัวจนผมร่วงหมดหัวแน่เมื่อเจอของจริงเข้าให้” จีเฉิงเสวี่ยดูเหมือนกำลังนึกภาพน่าขบขันอยู่ในหัว เขาอดไม่ได้ที่จะขำออกมาเบาๆ
แต่ดูเหมือนเซียวเหมิงจะไม่ได้มองโลกในแง่ดีเหมือนคนเป็นจักรพรรดิ แม่ทัพใหญ่อดไม่ได้ที่จะตอบออกมาว่า “ท่านจักรพรรดิพะย่ะค่ะ… ปัญหาใหญ่ในเรื่องนี้ไม่ใช่ร้านของเถ้าแก่ปู้ แต่เป็นนครหลวงต่างหากพะย่ะค่ะ บรรดาขั้นนักพรตยุทธการแห่แหนมาที่นครหลวงในครา