วเดียวอาจไม่ได้ทำให้เถ้าแก่ปู้กังวลใจ แต่ว่า…”
“ข้าละอยากจะสั่งสอนตาแก่ขี้กะโล้นั่นให้หลาบจำบ้างเสียจริง… ไม่สิ นี่เป็นความผิดของข้าเองต่างหาก ที่หาเรื่องชี้โพรงให้กระรอก” สีหน้าของจีเฉิงเสวี่ยแข็งทื่อทันที เขากัดฟันกรอด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความโกรธ
“แม่ทัพเซียว ออกคำสั่งไป… เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยของนครหลวงให้มากขึ้น ตรวจตราทุกคนที่เข้าออกเมืองและมารายงานทันทีที่มีบุคคลต้องสงสัยปรากฏขึ้น เมื่อเวลามาถึง ชะตากรรมของนครหลวง… คงขึ้นอยู่กับแม่ทัพเซียวแล้ว”
เซียวเหมิงผสานมือคารวะ มุมปากของเขาบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่นเหลือแสน ฝูงขั้นนักพรตยุทธการเช่นนั้นรึ… ช่างน่าปวดหัวเสียจริง เพราะไอ้ตาแก่เจ้าเล่ห์เพทุบายนั่นแท้ๆ!
…
ปู้ฟางมองสาวงามเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ตรงหน้าด้วยสีหน้าตายด้าน สตรีผู้นี้ถือกล่องอาหารอยู่ในมือ นางยืนพิงกำแพงพร้อมกะพริบตาปริบๆ ขณะจ้องหน้าชายหนุ่ม
“นางยังกล้ามาทำตาอ้อนใส่ข้าอีกรึ…” ปู้ฟางคิดในใจ
“เถ้าแก่ปู้ ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ คิดถึงข้าหรือไม่” เมื่อเห็นว่าปู้ฟางดูไม่แยแสทักษะการกะพริบตาของนางแม้แต่น้อย แต่กลับกำลังตั้งท่าจะเดินเข้าครัวไป หนี่หยันก็กัดฟันกรอดพลางร้องถาม
“ข้าจะคิดถึงเจ้าทำไม เจ้าไม่ได้ติดหนี้ข้าเสียหน่อย” ปู้ฟางตอบสีหน้าขรึม
ใบหน้าของหนี่หยันแข็งทื่อทันที “สมองซื่อบื้อของเจ้าคิดออกแต่เรื่องเงินรึ”
“ศิษย์พี่ ไม่ได้เจอกันเสียนานนะขอรับ” ถั