“ทำไมท่านอาจารย์หวังถึงได้พูดเช่นนั้นกัน เถ้าแก่ปู้เคยช่วยเหลือนครหลวงให้ก้าวผ่านอุปสรรคมามากมาย…” จีเฉิงเสวี่ยขมวดคิ้วก่อนจะถามขึ้น
เป็นเช่นนั้นจริงเสียด้วย จักรพรรดิไม่ได้ล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของปู้ฟาง หรือจุดกำเนิดของร้านเล็กๆ ของเขา ถึงกระนั้นจักรพรรดิก็ยังมีความเชื่อมั่นในร้านนั้นอยู่ไม่เสื่อมคลาย หากไม่ใช่เพราะปู้ฟาง จักรวรรดิวายุแผ่วคงจะล่มสลายไปแล้วจากการต่อสู้กับสำนักต่างๆ ที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าจีเฉิงเสวี่ยจะนับถืออาจารย์หวังมากเพียงใด แต่ในฐานะผู้นำ เขาก็ต้องเชื่อมั่นการตัดสินใจของตนเองด้วย เขาไม่เชื่อว่าปู้ฟางจะนำภัยพิบัติใดๆ มาสู่นครหลวงได้
เซียวเหมิงและคนอื่นๆ ก็คิดเช่นนั้น พวกเขาเองเคยพบปะปู้ฟางมาประมาณหนึ่ง ถึงแม้จะไม่อาจเข้าใจชายหนุ่มได้ทั้งหมด แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว อีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นคนที่นำพาอันตรายใดๆ มาได้เลย
หวังติ้งออกจะประหลาดใจ จากท่าทีของจีเฉิงเสวี่ย ดูเหมือนว่าจักรพรรดิหนุ่มจะเชื่อมั่นในตัวเถ้าแก่ปู้หมดใจ
แต่กระนั้นหวังติ้งก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เขาเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะถามออกมา “ฝ่าบาททรงจำงานสมโภชร้อยครอบครัวได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”
“ข้าจำได้แน่นอน นั่นเป็นงานสมโภชร้อยครอบครัวครั้งแรกตั้งแต่เริ่มรัชสมัยของข้า ช่างยิ่งใหญ่เหลือประมาณ และเถ้าแก่ปู้ก็เป็นผู้ชนะในงานนั้นเสียด้วย” จีเฉิงเสวี่ยตอบ
พ่อครัวเงาส่งยิ้มที่ดูเหมือนรอยยิ้มแสยะไร้อารมณ์ “ลูกศิษย์ที่ไม่เอาไหน