แต่ไม่ต้องรีบร้อนไป ข้าต้องวางแผนให้รัดกุมก่อนว่าจะเริ่มกรรมวิธีหมักอย่างไรบ้าง”
ปู้ฟางวางดอกบัวไว้ในตู้ซึ่งมีคุณสมบัติกักเก็บพลังปราณเอาไว้ในวัตถุดิบได้อย่างสมบูรณ์
ที่ด้านนอกร้าน เจ้าอ้วนจินมาถึงพร้อมเสียงฝีเท้าหนักตามแบบฉบับ วันนี้ตาของชายอ้วนดูโหลอย่างประหลาด แต่ตัวเขากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความกระฉับกระเฉง เป็นความกระฉับกระเฉง… ที่พลุ่งพล่านจนทำให้นอนพักไม่ได้
ปู้ฟางเดินออกจากครัวมาเจอชายอ้วนที่คุ้นเคยแล้วก็ต้องชะงักทันที “พับผ่า เจ้าอ้วนจิน… เกิดอะไรขึ้นกัน”
เจ้าอ้วนจินหันไปมองปู้ฟางด้วยสายตาทุกข์ระทมแล้วเอ่ยตอบ “เถ้าแก่ปู้ หลังจากที่กินปลาย่างของท่านเข้าไปเมื่อวาน… ข้าก็นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง หัวใจเหมือนโดนไฟแผดเผา ข้านอนไม่หลับเลย เมื่อคืนข้าไม่ได้นอนทั้งคืน เห็นสภาพข้าไหมเล่า”
ปู้ฟางเม้มปากจากนั้นก็ส่งเสียงรับรู้ออกมาเบาๆ เขาไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปลาย่างเมื่อวานนั้นมีมงกุฎเลือดของงูเหลือมทมิฬผสมอยู่หนึ่งในสามส่วน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เปี่ยมด้วยพลังปราณปริมาณมาก จึงไม่แปลกหากผู้ที่กินเข้าไปจะนอนไม่หลับ
เขาพอเดาได้ว่าเมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้กับคนอื่นๆ เดินเข้าร้านมาในวันนี้ ตาของพวกเขาจะดำเป็นหมีแพนด้าไม่ต่างกัน
“เถ้าแก่ปู้ วันนี้ข้าเอาขนมจีบทองคำก็แล้วกัน ขอเปลี่ยนนิดหน่อย วันนี้ข้าอยากกินอะไรเบาๆ” เจ้าอ้วนจินนั่งลงแล้วเอ่ยกับปู้ฟาง
“ขนมจีบทองคำเนี่ยนะเบา อย่ามาแต่งเร