ื่องเกี่ยวกับอาหารร้านข้าต่อหน้าข้าเชียว…” ปู้ฟางหันไปมองเจ้าอ้วนจิน แต่ก็ขี้เกียจตอกกลับจึงทำได้เพียงคิด จากนั้นเขาก็จดรายการที่ชายอ้วนสั่งแล้วกลับเข้าครัวไป
เงาผอมบางดูอ่อนแอเงาหนึ่งปรากฏขึ้นในตรอก เงานั้นเป็นของชายชราในชุดคลุมสีเทา ใบหน้าของเขาย่นยู่ด้วยริ้วรอยแห่งวัยเหมือนลำต้นเหี่ยวๆ ของต้นไม้แก่
ชายชราค่อยๆ เดินทอดน่องไปข้างหน้า เอามือไพล่หลังไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างถือพัดที่ทำมาจากขนของอสูรเวทอะไรก็ไม่ทราบได้พลางโบกสะบัดพัดในมือเบาๆ
เป็นเรื่องแปลกไม่น้อยที่จะใช้พัดพัดให้ตนเย็นสบายขึ้นในวันที่หนาวเหน็บเช่นนี้… แต่ก็อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวก็เป็นได้
“นี่น่ะหรือร้านเล็กๆ ของฟางฟางในตรอกของนครหลวงแห่งจักรวรรดิวายุแผ่ว ร้านที่ขยี้อาหารฝีมืออาเหวยเสียราบคาบหมอบกระแต… ชายแก่คนนี้เห็นที่จะต้องมาเปิดโลกให้ตนเองเสียหน่อย” ชายชรายิ้มอ่อนพลางโบกพัดในมืออีกครั้ง ใบหน้าของเขาดูลึกลับซ่อนเงื่อนพิกล
“ท่านตา ท่านไม่หนาวรึเจ้าคะ…” โอวหยางเสี่ยวอี้ยืนอยู่ด้านหลังชายชรา นางมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาหวานกลมโตที่มีแววงุนงงเมื่อเห็นชายแก่กำลังยืนพัดวีให้ตนเองอยู่ในตรอก จากนั้นก็ถามออกมาด้วยเสียงแหลมร่าเริง
ชายชราชะงักทื่อทันที ความลึกลับมลายหายไปจากใบหน้าขณะเอ่ยตอบ “ไม่เลย… ข้าไม่หนาวเลยเจ้าหนูน้อย เจ้าไม่คิดว่าการใช้พัดในช่วงหน้าหนาวนี่ดูหล่อรึ”
โอวหยางเสี่ยวอี้กลอกตา ตาแก่ตรงหน้านางนี่กำลังล้อเล่นอยู่รึ นี่