จะเปิดประตูออกมา แต่สุดท้าย… ประตูนั้นก็ไม่เคยเปิดเลยแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเวลาสองวันเต็ม ไม่ขยับแม้แต่น้อยด้วยซ้ำ
เมื่อปู้ฟางจับน้ำเสียงโกรธแค้นของโอวหยางเสี่ยวอี้ได้ รูม่านตาของเขาก็หดแคบ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มทันที ดูเหมือนเขาจะจำได้ในที่สุด… ว่าก่อนที่จะออกเดินทางไปยังหนองน้ำปราณมายานั้น เขาลืมติดป้าย “ร้านปิด” เอาไว้ที่ประตู
“ข้าก็แขวนป้าย “ร้านปิด” ไว้ที่ประตูแล้วมิใช่รึ” ปู้ฟางถามฝูงชนด้านล่างหน้าตาย
ทุกคนส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน หากมีป้ายร้านปิดติดอยู่หน้าประตู พวกเขาคงไม่มายืนทื่อมะลื่อเหมือนคนโง่กันอยู่เช่นนี้หรอก… ไหนบอกว่ามนุษย์เราต้องไว้ใจกันและกันอย่างไรเล่า!
“อ้อ ถ้าเช่นนั้นก็คงจะมีสุนัขบ้านไหนมาขโมยป้ายไปแทะเล่นละมั้ง” ปู้ฟางยกเมฆหน้าตาย
ทุกคนเงียบกริบ
เจ้าดำกลอกตาบน “ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียว ไอ้เด็กนี่มันหน้าหนาขึ้นเป็นคืบเช่นนี้แล้วรึ”
“รอสักครู่นะทุกคน” ปู้ฟางพูดกับฝูงชนด้านล่าง ชายหนุ่มเอาตัวพิงกรอบหน้าต่าง ชุดคลุมของเขาเผยอเล็กน้อยเผยให้เห็นผิวขาวด้านใน
“ข้าจะลงไปเปิดร้านให้ ทุกคนรอข้าเดี๋ยวเดียว”
จากนั้นปู้ฟางก็กลับเข้าห้องไปสลัดชุดคลุมตัวบางออก ผมของเขายังเปียกอยู่ แต่ชายหนุ่มก็จัดการใช้พลังปราณเที่ยงแท้เป่าให้แห้ง ผมชื้นๆ ของเขาเริ่มมีไอน้ำร้อนกระจายออกมาจนแห้งสนิท
ปู้ฟางเอาเชือกกำมะหยี่มัดผมไว้ จากนั้นก็ออกจากห้องลงมาที่ชั้นล่าง แล้วเดินเข้ามายังบริเวณร้าน
ท