ละฝูงอสูรเวทจำนวนมากถือเป็นสถานการณ์เลวร้ายมากทีเดียว
อู๋อวิ๋นไป่ไม่คิดเลยว่าจะพาตนเองมาอยู่ในอันตรายเช่นนี้ได้
การฝ่าวงล้อมอสูรเวทจำนวนมากขนาดนี้ออกไปเป็นเรื่องที่ทั้งยากและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการหนีกลับเข้าไปในพื้นที่ของเผ่า แล้วปล่อยให้ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการจัดการกับงูเหลือมมงกุฎเลือดทมิฬกันเอง
“หนีเข้าไปข้างในกันเถิด” อู๋อวิ๋นไป่พูดกับปู้ฟาง จากนั้นก็วิ่งนำกลับไปยังทางที่นางจากมาเมื่อครู่
ปู้ฟางชะงักไปชั่วครู่ เขาหันไปมองงูเหลือมมงกุฎเลือดทมิฬที่บดบังท้องฟ้าเอาไว้แทบมิด มุมปากกระตุกโดยพลัน จากนั้นก็ควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมือแล้วเดินตามชายหนุ่มหน้าสวยไป
เขาไม่ใช่คนโง่… เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสูรเวทตัวใหญ่ยักษ์พร้อมฝูงสัตว์ร้ายมากมายเช่นนี้ การหลีกเลี่ยงไม่เข้าปะทะย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
อาหนี่ตัวสั่นเทาขณะยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น เขารีบหนีไปพร้อมพาเพื่อนร่วมเผ่าอีกสามตนไปด้วย ทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังทิศเดียวกับปู้ฟาง
ทันใดนั้นดวงตาของงูเหลือมทมิฬก็เรืองแสงวาบ ร่างใหญ่ยักษ์ของมันค่อยๆ เลื้อยมาข้างหน้า ตอนที่อาหนี่หันหน้ากลับไปมองนั้น เขาเห็นมันกำลังเคลื่อนตัวบดทำลายสวนสมุนไพรไปตามทาง ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้นอกจากมองภาพสมุนไพรมากมายถูกทำลายด้วยความปวดร้าวจนหายใจแทบไม่ออก
แต่ตัวเขาก็ไม่กล้าหันหลังกลับ แม้มนุษย์อสรพิษจะสามารถสะกดอสูรเวทเผ่าพันธุ์งูได้…