ัวเขาอ่อนกำลังลงมาก เขาโงหัวขึ้นด้วยความยากลำบาก สายตาจ้องไปที่ปู้ฟางอย่างเกรี้ยวกราด
แต่ปู้ฟางก็ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายแต่อย่างใด สีหน้าของชายหนุ่มฉายแววสับสน เขามองไปยังทิศที่ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ แล้วหันกลับไปมองหนองน้ำเวิ้งว้างด้านหลัง
“ถ้าข้าเป็นเจ้าข้าจะไม่เข้าไปหรอกนะ ขั้นนักพรตยุทธการสองคนสู้กันน่ากลัวจะตายไป” อู๋อวิ๋นไป่เอ่ย หลังจากที่เรียกสติของตนเองกลับมาเรียบร้อย นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจใคร่รู้ในตัวปู้ฟาง
ชายหนุ่มมองนางแล้วขมวดคิ้ว “ขั้นนักพรตยุทธการสองคนสู้กันเพราะอะไร”
“เจ้าไม่รู้รึ” อู๋อวิ๋นไป่ตกใจเล็กน้อย ชายหนุ่มตรงหน้านางบุกตะลุยเข้ามาในสถานที่แห่งนี้อย่างบ้าดีเดือด ไม่ใช่เพื่อมาชิงดอกบัววิญญาณประมุขน้ำแข็งหรอกหรือ
“แน่นอนอยู่แล้วว่าเพื่อชิงสมุนไพรพลังปราณกัน…” หญิงสาวตอบ
ปู้ฟางพยักหน้าแล้วเอ่ย “ยิ่งเป็นเหตุให้ข้าต้องอยู่ต่อเข้าไปใหญ่”
อู๋อวิ๋นไป่อึ้งไปชั่วครู่ นางคิดว่าตนเองก็อธิบายดีแล้วว่าตอนนี้ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการสองคนกำลังสู้กัน แล้วผู้ฝึกตนระดับห้าขั้นราชันยุทธการจะทะเล่อทะล่าเข้าไปทำไม รนหาที่ตายรึ
“เจ้าจะไม่กลับออกไป… เพราะสมุนไพรวิญญาณน่ะหรือ” อู๋อวิ๋นไป่ถามพร้อมมุ่นคิ้ว
ปู้ฟางมองนางด้วยสายตางุนงง การที่เขาไม่ยอมไปเพราะสมุนไพรพลังปราณก็ถูกต้องแล้ว จะมีเหตุผลอะไรเข้าท่าไปมากกว่านี้อีก
“ใช่สิ” ปู้ฟางตอบ
ในตอนนั้นเองพื้นก็เริ่มส