นต้องทำอะไรไม่ใช่หรือ” อาลู่พูดพร้อมถือน่องไก่อยู่ในมือ
อาเหวยหันไปมองอาลู่ด้วยสายตาประหลาดใจเป็นล้นพ้น ดูเหมือนไม่อยากเชื่อหูตนเองแม้แต่น้อย “วันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นกับหมอนี่กัน แข่งแล้วหัวไปฟาดเขียงเลยฉลาดขึ้นรึ”
“เอาละ ถ้าเช่นนั้นเรารีบกลับไปที่เมืองอาทิตย์ขจี เพื่อรายงานให้ท่านอาจารย์มาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองเถิด เราสองคนทำสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้แล้ว ที่พวกเราแพ้เพราะทักษะสู้เขาไม่ได้จริงๆ” อาเหวยพูดพร้อมโยนกระทะขึ้นสะพายบนบ่า จากนั้นก็เดินอาดๆ เพื่อออกจากนครหลวงไป
ทั้งสองไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่อึดใจเดียว เนื่องจากนครแห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำขมขื่นสำหรับพวกเขา
ปู้ฟางเหลือบมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่กำลังจากไปแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาเอ่ยขอบคุณจีเฉิงเสวี่ย บอกลาโอวหยางเสี่ยวอี้และคนอื่นๆ ก่อนจะเดินออกจากประตูมายาสวรรค์ แล้วหายไปในหิมะปลิวว่อน
งานสมโภชร้อยครอบครัวปิดฉากลงด้วยความอิ่มเอมใจของผู้เข้าร่วมงานด้วยประการฉะนี้
กลุ่มขันทีรีบกรูกันออกมาจากท้องพระโรง เพื่อเก็บขยะและอุปกรณ์โต๊ะตั่งที่วางอยู่บนลาน
…
ปู้ฟางเล่นเมล็ดพืชสีดำในมือขณะก้าวเข้าไปในตรอก หิมะสีขาวยังคงโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าไม่หยุด
เกล็ดหิมะเกล็ดหนึ่งตกลงบนหลังคอของปู้ฟาง ทำให้ชายหนุ่มต้องสูดหายใจเข้าลึกเล็กน้อยด้วยความสยอง รู้สึกได้ถึงความเย็นที่กระจายออกจากจุดนั้น เขาย่นคอแล้วรีบเร่งฝีเท้าเพื่อเดิน