วนเต็มไปด้วยความแคลงใจ… แต่พวกเขาก็ไม่อาจด่วนตัดสินใจ เพราะเหรียญทองแดงในชามกระเบื้องตรงหน้าปู้ฟางก็เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่าอาหารจานนี้ไม่ธรรมดา
ปู้ฟางตักเกี๊ยวขึ้นมาจากน้ำเดือดแล้วเทใส่ชามกระเบื้องสีฟ้าขาว เมื่อโรยต้นหอมลงบนเกี๊ยวทั้งสามตัว อาหารจานนี้ก็ถือว่าเสร็จเรียบร้อย
เนื้อย่างไฟของอาเหวยก็ทำเสร็จแล้วเช่นกัน มันยังคงหยดติ๋งๆ ออกมาจากเนื้ออสูรเวทที่ส่งกลิ่นหอมเข้มข้น
“เถ้าแก่ปู้ ลองกินอาหารจานนี้ดู” อาเหวยเดินตรงไปหาปู้ฟางพลางยื่นเนื้อย่างไฟให้
ทันทีที่ปู้ฟางเอื้อมมือออกไปรับเนื้อย่างไฟ คลื่นความหอมก็พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา ร่างกายและจิตใจของชายหนุ่มพลันถูกโอบล้อม เขารู้สึกราวกับว่าตนกำลังหลงทางอยู่ในทะเลแห่งกลิ่นหอมที่ไร้ซึ่งทางออก กลิ่นนี้…ช่างหอมยั่วยวนใจยิ่งนัก
ควันสีเขียวพลันหมุนวนอยู่รอบข้อมือของปู้ฟาง จากนั้นมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก็ปรากฏขึ้น เมื่อชายหนุ่มใช้มีดผ่ากระเพาะของอสูรเวทเบาๆ น้ำซอสร้อนๆ ก็พลันทะลักออกมาท่วมเนื้อย่าง จนทำให้กลิ่นของมันยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก
หากเกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสีรุ้งของปู้ฟางเป็นดอกกล้วยไม้สีขาวสวยสะอาดตา เนื้อย่างไฟตรงหน้าเขาย่อมเป็นดอกกุหลาบสีแดงร้อนแรง ถือเป็นอาหารต่างประเภทกันอย่างสิ้นเชิง
ปู้ฟางหั่นเนื้อออกมาชิ้นหนึ่งแล้วใช้ตะเกียบคีบขึ้นมา เขาจุ่มชิ้นเนื้อลงในซอสก่อนจะเอาเข้าปาก หนังกรุบกรอบและเนื้อที่ชุ่มฉ่ำของมันพลันเข้าปกคลุมต่