อมรับรสของชายหนุ่ม จนดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ขณะเดียวกันอาเหวยก็หยิบชามใส่เกี๊ยวขึ้นมา เกี๊ยวที่ดูเหมือนดอกกล้วยไม้สีขาวสะอาดตาไม่ได้ดูน่าประทับใจในคราวแรก แต่ชิ้นเกี๊ยวสีขาวสวยงามนี้ก็ทำให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ ขอข้าชิมด้วยสิ” อาลู่ที่กำลังเคี้ยวน่องไก่อยู่ส่งเสียงอู้อี้ออกมา สายตาจับจ้องที่ชามใส่เกี๊ยวด้วยความริษยา
อาเหวยมองน้อยชายตนเองด้วยสายตาเดียดฉันท์ “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้พูดตอนที่มีอาหารอยู่ในปาก นี่เจ้าสมองปลาทองหรืออย่างไร หากเจ้าอยากกินก็เอาช้อนของตัวเองมาตักไปสิ!”
อาลู่ส่งเสียงหัวเราะโง่ๆ ออกมาพลางรีบหาช้อนอย่างรวดเร็ว เขาตักเกี๊ยวขึ้นมาตัวหนึ่งแล้วกำลังจะส่งมันเข้าปากไม่ต่างจากกิริยาของอาเหวย
ไอร้อนที่มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งและผักลอยออกมาจากตัวเกี๊ยว อาเหวยกัดเกี๊ยวไปคำหนึ่งแล้วก็ได้เห็นกลิ่นหลากสีพุ่งออกมาจากนั้นก็เหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้ง นี่คือ…ความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังชื่อเกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสีรุ้งเช่นนั้นหรือ
ความรู้สึกเบิกบานและพึงพอใจพลันพุ่งขึ้นมาในอกของชายร่างผอม มันเป็นความรู้สึกที่อยู่เหนือความหมายของคำว่าอร่อย
อาเหวยนิ่งไป เขากินเกี๊ยวทั้งชิ้นหมดเงียบๆ ด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ แค่กินเกี๊ยวเข้าไปชิ้นเดียวเขาก็รู้แน่ชัดแล้วว่าตัวเองพ่ายแพ้ เป็นการแพ้อย่างไม่เป็นท่าเสียด้วย
เขากับเถ้าแก่ปู้นั้นยังมีช่องว่างที