ำซอสรสกลมกล่อมที่ทำมาจากวัตถุดิบนับไม่ถ้วน ก็กลับทำให้จีเฉิงเสวี่ยลุ่มหลงในรสชาติขึ้นมา เนื้อหมูป่าย่างไฟหนึ่งชิ้นกับน้ำซอสหนึ่งช้อนในปาก ชายหนุ่มหลงใหลในรสชาตินี้ และทำกิริยาซ้ำเดิมอยู่หลายรอบ เนื้อหมูป่าครึ่งหนึ่งหายวับลงไปในท้องของจีเฉิงเสวี่ยภายในลมหายใจเดียว ส่วนน้ำซอสชายหนุ่มก็ขอดจนหยดสุดท้าย
“อร่อยมาก! อร่อยจริงๆ!” จีเฉิงเสวี่ยเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มสว่างไสวแล้วพยักหน้าไม่หยุด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของอาเหวยก็ม้วนขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขาเลิกคิ้วสูงพลางเชิดคางขึ้น แล้วหันไปมองปู้ฟางราวกับพยายามกวนโทสะอีกฝ่าย
ทว่าปู้ฟางเอาแต่จดจ่ออยู่กับการห่อเกี๊ยว ไม่ได้เงยหน้ามามองอาเหวยแม้แต่น้อย
การกวนโทสะของอาเหวยล้มเหลวไม่เป็นท่าจนทำให้ชายร่างผอมรู้สึกฉุนเฉียวอยู่ในใจ เขาใช้ความพยายามอย่างหนักในการปรุงอาหารจานนี้ขึ้นมาเพื่อล้างอายและทำให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา แต่ดูเหมือนว่า… ปู้ฟางจะไม่ได้ใส่ใจมองเขาเป็นคู่แข่งตั้งแต่แรก!
“หึ! เถ้าแก่ปู้ ไม่นานเจ้าต้องได้ลิ้มรสชาติความพ่ายแพ้แน่!” อาเหวยกล่าวพร้อมพ่นลมเยาะ
พ่อครัวแม่ครัวส่วนใหญ่เริ่มทำอาหารของตัวเองเสร็จ อาหารจานแล้วจานเล่าถูกนำไปวางบนโต๊ะ แม้แต่เหล่าชาวบ้านก็ได้ลิ้มรสอาหารไปเกือบทุกจานแล้ว แม้ความเร็วในการกินจะแตกต่างกันไปก็ตาม
ทว่าใบหน้าของทุกคนก็อาบไล้ไปด้วยรอยยิ้มสว่างไสว
อาหารนั้นมีอำนาจวิเศษที่สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกเ