ดอยู่ในความทรงจำของจักรพรรดิหนุ่มมาจนถึงวันนี้ ในทางกลับกันเกี๊ยวน้ำหน้าตาสวยงามในชามสีฟ้าขาวตรงหน้านั้นไม่ได้ส่งกลิ่นหอมอย่างที่เขาคาดหวัง จีเฉิงเสวี่ยจึงทอดถอนใจออกมา
“เถ้าแก่ปู้เรียกอาหารจานนี้ว่าอะไร” แม้จะผิดหวัง แต่จีเฉิงเสวี่ยก็ยังเอ่ยปากถามขันทีหนุ่ม
“เถ้าแก่ปู้บอกว่าจานนี้เรียกว่า เกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสีรุ้งพะย่ะค่ะ” ขันทีหนุ่มตอบด้วยความเคารพนบนอบ
“หืม สีรุ้งรึ มันจะเป็นสีรุ้งไปได้อย่างไร ก็เห็นอยู่ว่าเกี๊ยวจันทร์เสี้ยวนี่เป็นสีขาว” จีเฉิงเสวี่ยประหลาดใจ ชายหนุ่มค่อนข้างสับสนขณะเหลือบสายตามองเกี๊ยวสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง แน่นอนว่าสีรุ้งย่อมมีเจ็ดสี แล้วเหตุใดอาหารที่มีชื่อว่าสีรุ้งจึงมีเพียงสีเดียวเล่า
หรืออาหารจานนี้จะมีอะไรพิเศษ ตอนนั้นเองแววตาของจีเฉิงเสวี่ยก็เป็นประกายขึ้นมา จู่ๆ ก็นึกได้ว่าฝีมือการทำอาหารของปู้ฟางนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะทำอาหารธรรมดาๆ ออกมาแน่…
ความคาดหวังในใจของจักรพรรดิหนุ่มที่ก่อนหน้านี้มอดดับไปแล้วโหมลุกขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ชายหนุ่มกระตือรือร้นอยากลิ้มรสเกี๊ยวจันทร์เสี้ยวสีรุ้งขึ้นมา เขาใช้ช้อนตักเกี๊ยวควันกรุ่นขึ้นมาเป่า ก่อนค่อยๆ กัดช้าๆ
ทันทีที่กัดลงบนผิวเกี๊ยวอ่อนนุ่ม ดวงตาของจีเฉิงเสวี่ยก็เบิกกว้าง สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
กลิ่นหอมเข้มข้นพลันระเบิดออกมาภายในปากของจีเฉิงเสวี่ย คลื่นความอร่อยถาโถมเข้าใส่จนชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจอ