ยของคนเหล่านี้เลยทีเดียว
ตั้งแต่จักรพรรดิองค์ก่อนไปกินอาหารที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟาง พระองค์ก็เอาใจยากและจุกจิกมากขึ้นไปอีก ทุกๆ วันจะมีพ่อครัวแม่ครัวหลายคนถูกหัวหน้าของตนเองดุด่าว่ากล่าว
เหตุผลก็คืออาหารที่พวกเขาทำนั้นโดนเมินอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่ถูกปากจักรพรรดิฉางเฟิ่ง
ในช่วงเวลานั้นชีวิตของพ่อครัวแม่ครัวเหล่านี้ถือว่าโศกเศร้าอาดูรเหลือทน ทุกๆ วันพวกเขาต้องคิดค้นอาหารจานใหม่ที่จะทำให้จักรพรรดิพอใจ…
“กับอีแค่เด็กหัวกะลาที่บังเอิญทำอาหารถูกปากจักรพรรดิองค์ก่อนจานหนึ่ง คิดว่าตนเองเป็นพ่อครัวหัวป่าก์อันดับหนึ่งเรอะ ประสบการณ์น้อยเสียจนปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มันรู้หรือเปล่าเถิดว่าทำอาหารแบบมืออาชีพเขาทำกันอย่างไร” พ่อครัวจินหัวใสแจ๋วพูดเหยียดหยัน ก่อนจะกระดกสุราหมดจอกในอึกเดียว
จากมุมมองของเขา เขาคิดว่าปู้ฟางเป็นเพียงพ่อครัวที่โชคดี บังเอิญทำอาหารถูกปากจักรพรรดิองค์ก่อนโดยมีโชคช่วยเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะจักรพรรดิองค์ก่อน ปู้ฟางจะเป็นอะไรไปได้มากกว่าพ่อครัวไร้ชื่อเสียงเรียงนามที่ไม่มีใครรู้จัก เขาคงไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เข้ามาเป็นหนึ่งในพ่อครัวหลวงด้วยซ้ำ
“เถ้าแก่ปู้ก็จะเข้าร่วมงานสมโภชร้อยครอบครัวในวันพรุ่งนี้เช่นกัน เราต้องใช้โอกาสนี้สั่งสอนหมอนี่ให้รู้เสียบ้างว่าอาหารอร่อยที่แท้จริงเป็นอย่างไร” พ่อครัวหลวงอีกคนหนึ่งพูดเย้ยด้วยทัศนคติเดียวกัน
“มีใครรู้หรือไม่ว่าพรุ่งนี้เถ้าแก่ปู้จะท