สำนักสุขสามัคคีให้พ้นไปได้ สีหน้าของจีเฉิงเสวี่ยก็เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เขาตะโกนก้อง “ไอ้พวกกบฏโอหัง!”
โครงกระดูกยักษ์ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดีใจเป็นล้นพ้น มันกวาดมือส่งพลังปราณรุนแรงออกมาปัดผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการทั้งแปดทิ้งไปด้านข้าง
มันก้าวเพียงก้าวเดียวก็เข้ามาประชิดโลงศพทองแดงทันที ดวงตาของมันพร่ามัวด้วยไฟแห่งความกระหายพลางจ้องไปที่โลงศพตรงหน้า แขนที่ทำจากกระดูกสั่นเทาเล็กน้อย
ภายในโลงศพมีพลังบางอย่างที่มันต้องการยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด สิ่งนั้นคืออุปกรณ์กึ่งเทพของสำนักวังวิญญาณทมิฬ… ลูกโลกวิญญาณล่วงลับนั่นเอง!
แม้วังกระดูกขาวจะอยู่ในระดับเดียวกับวังวิญญาณทมิฬ แต่ก็ไม่มีอุปกรณ์กึ่งเทพไว้ในครอบครองแม้แต่ชิ้นเดียว นี่เป็นขวากหนามใหญ่ที่ทิ่มแทงจิตใจของพวกเขามาตลอด หลังจากที่วังวิญญาณทมิฬถูกเซียวเหมิงทำลายไปในคราวเดียว อุปกรณ์กึ่งเทพของสำนักก็ถูกนำมาเก็บไว้ที่นครหลวงด้วยเช่นกัน
ลูกโลกวิญญาณล่วงลับนั้นมีอำนาจในการปลอบประโลมวิญญาณ ช่วยป้องกันการเสื่อมสลาย และจัดเป็นของที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำไปใส่ในโลงศพ
ในเมื่อจักรพรรดิฉางเฟิ่งได้ลูกโลกวิญญาณล่วงลับมาแล้ว ก็ไม่แปลกอะไรที่วังหลวงจะนำของชิ้นนี้มาใส่ไว้ในโลงศพของพระองค์เมื่อสวรรคตไป
เซียวเหมิงที่ต่อสู้อยู่ไกลออกไปนั้นมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที เจ้าอเวจีที่หุนเชียนอวิ่นควบคุมอยู่มีฤทธิ์ไม่น้อย ทำให้เขาต้องใช้เวลาจัดการพอสมควร เขาม