เจ้าที่ได้ไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ ข้าก็ขอเป็นคนแรกที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์…”
ตูม ตูม ตูม!
เสียงของอวี่อ๋องนั้นไม่ได้ดัง แต่มันก็สะท้อนก้องไปทั่วประตูมายาสวรรค์อย่างชัดเจน พลังปราณระเบิดออกเบื้องหลังเขา ก่อนที่ร่างหลายร่างจะกระโจนเข้าหาจีเฉิงเสวี่ย
“บังอาจ!” เหลียนฟู่ตะโกนด้วยความโกรธเหมือนสายฟ้าฟาด จากนั้นก็ก้าวออกมาโบกแส้ในมือทันที
มีแสงสว่างวาบพร้อมประกายแห่งความมืดตามมา ก่อนที่ร่างของเจ้าอเวจีจะปรากฏตัวขึ้นกลางลานจัตุรัสมายาสวรรค์ เปลวไฟวิญญาณในดวงตาของหุนเชียนอวิ่นเต้บตุบ ขณะที่เขารวบรวมพลังจากร่างจำแลงเข้าหาตน ส่งให้ระดับพลังปราณพุ่งสูงขึ้นอีก เขาส่งหมัดพุ่งเข้าใส่เหลียนฟู่ที่กำลังกระโจนเข้ามา
การปะทะกันของทั้งสองก่อให้เกิดกระแสพลังปราณรุนแรงกระจายออกเป็นวงกว้าง ร่างของเหลียนฟู่สั่นสะท้านอย่างเหนือความคาดหมายของทุกคน ก่อนจะปลิวไปข้างหลังแล้วกระอักเลือดออกมา ระดับพลังปราณลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“นี่ไม่ใช่พละกำลังปกติของเหลียนฟู่แม้แต่น้อย…” เซียวเหมิงคิดพร้อมมุ่นคิ้ว เมื่อเห็นหุนเชียนอวิ่นพยายามสังหารเหลียนฟู่ เขาก็ทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป ชายวัยกลางคนปล่อยพลังของตนให้กระจายออกมาแล้วก้าวเท้าไปขวางหุนเชียนอวิ่นเอาไว้ทันที
เสียงหัวเราะแหลมสูงของเหล่าสตรีห้าคนจากสำนักสุขสามัคคีดังขึ้น เป้าหมายของพวกนางก็คือ… จีเฉิงเสวี่ย
ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ฝึกตนจากวังกระดูกขาวก็พุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกตนขั้