เช้าวันต่อมา ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า พร้อมด้วยเสียงหวานของแตรทองเหลืองที่ดังมาจากวังหลวง ตามมาด้วยเสียวกระดิ่งหม่นเศร้า
ราวกับว่านครหลวงที่กำลังหลับใหลตื่นขึ้นมาในตอนนั้น แสงจากทุกหลังคาเรือนสว่างขึ้นทันที ประชาชนหลายคนเดินออกจากบ้านในชุดกันหนาวหนาหลายชั้น ทุกคนพ่นลมหายใจสีขาวออกมา ต่างพากันเดินไหล่งุ้มก้มหน้าไปยังประตูมายาสวรรค์
ทุกคนต่างเงียบไม่พูดอะไร ได้แต่เดินไปยังประตูมายาสวรรค์ด้วยความเศร้าสร้อย
พวกเขาทำได้เพียงรู้สึกเป็นทุกข์กับความโหดร้ายของเวลาและอาลัยให้กับความเสื่อมถอยของชีวิตมนุษย์ การสวรรคตของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถือเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดสำหรับจักรวรรดิวายุแผ่วเลยทีเดียว
ประชาชนทุกคนต่างเคารพยำเกรงจักรพรรดิฉางเฟิ่งจากก้นบึ้งของหัวใจ เนื่องจากจักรพรรดิผู้นี้พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะปกครองอาณาจักรให้ผาสุกร่มเย็น พวกเขาต่างรู้สึกขอบคุณที่จักรพรรดินำพาช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์มาให้อาณาจักร ทำให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขปราศจากอันตราย
ในวันพิธีศพของจักรพรรดิฉางเฟิ่ง บรรดาพสกนิกรในนครหลวงต่างตื่นแต่เช้าเพื่อมาส่งพระองค์ไปสู่สวรรค์ มีคนมากมายจากนอกนครหลวงที่เดินทางเข้าเมืองมาเพื่อส่งจักรพรรดิเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน
เสียงกระดิ่งแสนเศร้าทำให้บรรยากาศตกอยู่ในความอาดูร นอกประตูจัตุรัสมายาสวรรค์เริ่มมีผู้คนหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่มีทหารเฝ้าอยู่ตรงปากทางเ