“บ้าอะไรกันนี่” ปู้ฟางคิด เขามองหนี่หยันด้วยความเคลือบแคลง จากนั้นก็มองไปที่ร่างบนพื้นซึ่งนอนหายใจรวยรินรอความตายอยู่ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ “นี่มันจีเฉิงเสวี่ยมิใช่รึ เหตุใดจึงสภาพร่อแร่เช่นนี้”
เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะ จากนั้นก็พยุงจีเฉิงเสวี่ยขึ้น โอวหยางเสี่ยวอี้เองก็รีบออกมาช่วยด้วยเช่นกัน ทั้งสองช่วยกันพาจีเฉิงเสวี่ยไปที่เก้าอี้ เพื่อที่ชายหนุ่มจะได้นอนลงสบายๆ
“เกิดอะไรขึ้น” หลังจากที่จัดการเสร็จ ปู้ฟางก็หันใบหน้าไร้อารมณ์กลับมาหาหนี่หยันที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงปากทางเข้า
“จะเกิดอะไรขึ้นอีกเล่า หมอนี่โดนดักซุ่มโจมตี มาถึงนี่ได้ก็โชคดีแค่ไหนแล้ว มิเช่นนั้นคงตายไปนานแล้ว” หนี่หยันมองจีเฉิงเสวี่ยก่อนส่ายหน้าอย่างสังเวชใจ
“อวี่อ๋องเอาพวกลูกกระจ๊อกจากสำนักมาล้อมจีเฉิงเสวี่ยไว้ แต่ได้องครักษ์ของเขาปกป้องไว้จนเปิดทางหนีให้ได้ จากนั้นเขาก็ไปเจออวี่อ๋องเข้าแล้วถูกซ้อมจนปางตาย แต่โชคดีที่เซียวเหมิงโผล่มาช่วยไว้ได้ทัน ทว่าสุดท้ายก็ดันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไปเจอเจ้ามู่เฉิงอีก…” หนี่หยันบรรยายเส้นทางสุดทรหดของจีเฉิงเสวี่ยให้ชายหนุ่มฟังสั้นๆ
มุมปากของปู้ฟางกระตุกขณะคิด “เจ้าจีเฉิงเสวี่ยนี่ซวยจริงๆ เขาไปทำอะไรเข้าถึงทำให้คนเกลียดจนอยากฆ่าขนาดนี้”
“แล้วหมอนี่ไปทำอะไรชั่วร้ายถึงขนาดต้องโดนตามจองล้างจองผลาญเช่นนี้ด้วยเล่า” ชายหนุ่มถามอีกครั้งขณะหันไปมองจีเฉิงเสวี่ย แล้วก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีเลือดไหลออกจากทุ