านะแม่ทัพต้องกลับมาตัวคนเดียวเพื่อเข้าร่วมพิธีไว้อาลัย เมื่อทำพิธีเสร็จ เขาก็ควรกลับไปหากองทัพของตน แต่นี่กลับนำทหารมาหมดทุกกองร้อย แปลว่าเจตนาของเขาในคราวนี้ไม่ได้ตรงไปตรงมาถึงเพียงนั้น
โอวหยางเสี่ยวอี้เบิกตากว้าง รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศภายในร้านประหลาดชอบกล เด็กหญิงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากขยับตัวเข้าไปใกล้หน้าต่างครัว
อวี่อ๋องและจีเฉิงเสวี่ยผลัดกันถามตอบเหมือนกำลังนั่งเล่นพูดคุยกันตามประสา แต่โอวหยางเสี่ยวอี้กลับรู้สึกว่าทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
ไม่นานนักปู้ฟางก็เดินออกมาจากครัวพร้อมด้วยจานเนื้อตุ๋นตำรับจีนกลิ่นหอมหวน อีกมือก็ถือเหยือกสุราเอาไว้
ชายหนุ่มวางอาหารและเหล้าลงตรงหน้าอวี่อ๋อง จากนั้นก็พยักหน้าให้
จีเฉิงเสวี่ยที่เมาเล็กน้อยลุกขึ้นยืนหลังจากกินเสร็จ เขากระดกสุราจอกสุดท้ายจนหมด จากนั้นก็ยื่นผลึกให้ปู้ฟาง แล้วหยิบเสื้อกันหนาวของตัวเองขึ้นมาใส่ ก่อนเตรียมตัวออกจากร้าน
“ในเมื่อเจ้ายืนยันจะเข้าร่วมด้วย ก็คงยินดีที่จะจ่ายผลที่ตามมาในราคาแสนแพงสินะ… ราคานั้นอาจจะเกินกว่าที่เจ้าจะจ่ายไหว”
จีเฉิงเสวี่ยเดินไปถึงทางเข้าพอดีตอนที่อวี่อ๋องเปรยขึ้นมา เขาหยุดพลางผ่อนลมหายใจออกเล็กน้อย จากนั้นก็หันหน้ากลับไปหาพี่ชายแล้วถามพร้อมรอยยิ้มหยัน “ราคาอะไร ชีวิตข้าน่ะรึ”
จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะลั่นแล้วก้าวออกจากร้าน หายไปท่ามกลางพายุหิมะขาวโพลน
……………………..