ธการที่คอยรับใช้ข้างกายบิดาของเขาไม่ห่าง
“องค์ชาย มาที่นี่มีธุระอะไรหรือพะย่ะค่ะ” เหลียนฟู่ถามพร้อมสะบัดแส้ไปมาเล็กน้อย เสียงแหลมของเขาดูเหนื่อยอ่อน ใบหน้าเศร้าหมองไม่คลาย
เหลียนฟู่และจักรพรรดิสนิทสนมกันมาก ทั้งสองโตมาด้วยกัน เมื่อจักรพรรดิจากไปแล้ว แน่นอนว่าคงไม่มีใครโศกเศร้าอาดูรไปมากกว่าหัวหน้าขันทีคนนี้อีกแล้ว
จีเฉิงเสวี่ยสูดหายใจเข้าลึกแล้วโค้งคำนับเหลียนฟู่ “ขันทีเหลียน ข้าอยากเฝ้าท่านพ่อ…”
เหลียนฟู่จีบนิ้วโป้งและนิ้วกลางเข้าด้วยกันอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาเหลือบมองจีเฉิงเสวี่ยแล้วปฏิเสธทันที “ไม่ได้พะย่ะค่ะ ท่านจักรพรรดิมีราชโองการเอาไว้ว่าห้ามผู้ใดเข้าเฝ้าพระศพเด็ดขาดจนกว่าจะถึงวันพิธี”
“ในฐานะลูกชาย ข้าขอเจอหน้าบิดาของตนมิได้หรือ” จีเฉิงเสวี่ยพูดพร้อมมุ่นคิ้ว
“องค์ชายโปรดกลับไปเถิด พระองค์น่าจะรู้ดีว่าข้ารับใช้ผู้นี้จะไม่มีวันทำผิดราชโองการเด็ดขาด ถึงท่านจักรพรรดิจะสวรรคตไปแล้วก็ตามที”
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยเห็นสีหน้าจริงจังของเหลียนฟู่ เขาก็ทำได้เพียงถอนใจอยู่ในอกและไม่ซักไซ้อีกฝ่ายอีกต่อไป ชายหนุ่มหันหลังเดินออกจากท้องพระโรงไปในที่สุด
ดวงตาของเหลียนฟู่ที่มองตามแผ่นหลังของจีเฉิงเสวี่ยไปนั้นดูเต็มไปด้วยความรู้สึกแสนล้ำลึก
…
ปัง ปัง ปัง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการฝึกทักษะแกะสลักกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ของปู้ฟาง ชายหนุ่มหันหน้าไปมองอย่างเฉยเมย เห็นไม้กระดานที่ปิดทางเข้าสั่นเล็กน้อยต