ามแรงเคาะ
ใครกันมาเคาะประตูแต่ไก่โห่ขนาดนี้
ปู้ฟางล้างมือขาวเรียวยาวของตน เช็ดหยดน้ำบนมือให้แห้ง ก่อนเดินไปยกไม้กระดานออกจากทางเข้า
ภาพสาวงามหยาดเยิ้มเหมือนนางสวรรค์ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสะท้อนอยู่ในดวงตาชายหนุ่ม ดวงตาของสตรีผู้นั้นดูตื่นเต้นขณะจ้องมาที่เขา
“เถ้าแก่ปู้ ในที่สุดเจ้าก็เปิดประตูเสียที! เอาล่ะ รีบให้ข้าเข้าไปเร็ว” หนี่หยันพูดอย่างใจร้อน
แต่ปู้ฟางไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างใด เขาใช้ตัวเองบังทางเข้าเอาไว้ สีหน้าไร้ความรู้สึกขณะจ้องมองอีกฝ่าย “ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน เจ้ามาทำอะไรแต่เช้าขนาดนี้”
หนี่หยันชะงักไปชั่วครู่ นางยกวัตถุดิบในมือขึ้นมาให้ปู้ฟางดูแล้วเอ่ย “ข้าได้ประโยชน์เป็นอันมากจากการกินอาหารของเจ้าเมื่อวาน เลยอยากทำอาหารด้วยความสามารถของข้าให้เจ้าได้ลองชิมดูบ้าง”
หนี่หยันมั่นใจในความสามารถด้านการทำอาหารของตนเองเป็นอันมาก ทุกคนในสำนักความลับแห่งสวรรค์ต่างยอมสยบกับอาหารแสนอร่อยที่นางทำด้วยกันทั้งสิ้น
ปู้ฟางเม้มปากขณะคิด “แม่นางคนนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่… โผล่มาแต่เช้าขนาดนี้ แถมยังบอกว่าจะทำอาหารให้ข้ากิน จะมายืมครัวข้ารึ”
“ข้าไม่อยากชิม แล้วครัวข้าก็ไม่ได้เอาไว้ให้ยืมด้วย” ชายหนุ่มพูดหน้าตาย
หนี่หยันจนด้วยคำพูด นางตั้งใจจะมายืมครัวของอีกฝ่ายใช้จริงๆ หากไม่มีครัวนางจะทำอาหารได้อย่างไรกัน
เมื่อเห็นว่าปู้ฟางกำลังจะยกไม้กระดานขึ้นมาปิดทางเข้า หนี่หยันก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที