พลังปราณเที่ยงแท้หลั่งไหลออกมาจากร่าง ขณะเอามือคว้าไม้กระดานเอาไว้เพื่อหยุดชายหนุ่ม
“อย่าเพิ่ง!” หนี่หยันตะโกน
“เจ้าจะก่อเรื่องรึ” ปู้ฟางถามเสียงเรียบเมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสพลังปราณจากร่างของหนี่หยัน จากนั้นลำแสงสีแดงก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขาทันที พร้อมด้วยร่างท้วมของเจ้าขาว
“พวกที่เข้ามาก่อความไม่สงบจะต้องโดนจับแก้ผ้าประจานต่อหน้าประชาชี” เจ้าขาวพูดด้วยเสียงจักรกล ดวงตาเป็นประกายวาบ
“ฮึก… เจ้านี่ใจจืดใจดำเสียจริง ข้าตั้งใจจะทำอาหารให้เจ้ากิน แต่เจ้ากลับพยายามไล่ข้าไปให้พ้น! ทำเช่นนี้กับสาวงามได้อย่างไรกัน!” ดวงตาโตของหนี่หยันมีน้ำตาคลอราวกับนางกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
หนี่หยันรู้สึกได้ถึงอันตรายจากตัวเจ้าขาว “สมแล้วที่เป็นผู้ที่ได้สมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงไปครอบครอง” นางคิด
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่ อย่าพูดให้มันมากความ” ปู้ฟางขมวดคิ้วขณะเหลือบตามองหนี่หยัน
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น น้ำตาในดวงตาของหญิงสาวก็เหือดหายไปในพริบตา นางกลับมาเป็นคนที่ภูมิใจในตนเองดังเดิม
“ข้าอยากเรียนรู้วิธีการเก็บรักษาพลังปราณในเนื้ออสูรเวทจากเจ้า” หนี่หยันพูดอย่างตรงไปตรงมา
ปู้ฟางมองนางด้วยสายตาสงบ ส่วนหนี่หยันก็จ้องกลับเนื่องจากไม่อยากแพ้ ทั้งสองประสานสายตากันกลางอากาศโดยไม่มีใครยอมใคร
“ปัง!!”
สุดท้ายแล้วปู้ฟางก็แพ้ สายตาของนางแหลมคมน่ากลัวเกินไป จนเขาต้องกระแทกไม้กระดานปิดตามเดิม
“ข้าไม่สอน”
หลังจากที่ปิดไม้กระดา