แล้ว” โอวหยางเสี่ยวอี้คิด
“ไอ้เด็กนี่ใครกัน” หนี่หยันพ่นลมเยาะพร้อมปรายตามองโอวหยางเสี่ยวอี้ จากนั้นก็เดินตามปู้ฟางทุกฝีก้าวต่อไป
ปู้ฟางเดินเข้าครัวไป หนี่หยันก็อยากตามเข้าไปด้วยเช่นกัน แต่เจ้าขาวกันนางเอาไว้อย่างไร้เมตตา
หากหนี่หยันไม่ได้รู้สึกว่าพลังกดดันที่ก้อนเหล็กนี่กดลงมาบนตัวนางรุนแรงเกินไป นางคงพยายามฉีกมันเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว…
โอวหยางเสี่ยวอี้เม้มปาก นางเจ็บหัวใจมากเสียจนหายใจไม่ออก นายท่านตัวเหม็นที่ได้ใหม่แล้วลืมเก่าไปหาบริกรใหม่มาทำงานเรียบร้อยแล้ว นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง
“เสี่ยวอี้ วานเอาอาหารไปให้ลูกค้าที”
ในตอนที่นางกำลังจะระเบิดร้องไห้จ้าเหมือนเขื่อนแตกนั่นเอง เสียงเรียบของปู้ฟางก็ดังออกมาจากครัว
เสี่ยวอี้ชะงักไปชั่วครู่ นางสูดน้ำมูก ใบหน้าสว่างขึ้นมาทันที จากนั้นก็รีบรุดไปที่หน้าต่างครัว นายท่านตัวเหม็นไม่ได้เปลี่ยนบริกรเสียหน่อย!
หลังจากที่ส่งจานอาหารให้โอวหยางเสี่ยวอี้ที่จู่ๆ ก็ร่าเริงขึ้นมาชนิดไม่มีปี่มีขลุ่ย ปู้ฟางก็มองหนี่หยันแล้วถามพร้อมขมวดคิ้ว “จะเลิกตามข้าได้หรือยัง”
“หากเจ้าสอนวิธีควบคุมพลังปราณในเนื้ออสูรเวทให้ข้า ข้าจะไม่มายุ่งกับเจ้าอีกเลย” หนี่หยันพูดอย่างจองหองพร้อมพ่นลมออกมา
ชายหนุ่มคิดอยู่สักพักก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เช่นนั้นก็ไปทำอาหารจานที่เจ้ามั่นใจในรสชาติที่สุดมา หากข้าพอใจ ข้าจะสอนเจ้า หากไม่ก็เชิญไปเล่นที่อื่นเสียที”
…………………