านปรากฏขึ้นในตู้เรียบร้อยแล้ว ปู้ฟางจึงจัดแจงเอาออกมาหนึ่งคู่
หอยเป๋าฮื้อปราณมืดนั้นแน่นอนว่าไม่ดีเท่าหอยเป๋าฮื้อปราณนภา และพลังปราณที่สะสมอยู่ภายในก็ไม่เยอะเท่าเช่นกัน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก เนื่องจากมันเอาไว้ฝึกทำเท่านั้น
หลังจากที่ทำความสะอาดหอยเป๋าฮื้อปราณมืดเสร็จ ปู้ฟางก็ค่อยๆ พิจารณาดูเปลือกของมัน และพบว่าลวดลายบนผิวก็เป็นวงแหวนปราณแสนประหลาดชนิดหนึ่งเช่นกัน วงแหวนปราณนี้ค่อยๆ หมุนวนเป็นวงกลม รวบรวมพลังปราณจำนวนมากเอาไว้บนเปลือกหอย
หากจะพูดอย่างตรงไปตรงมา หอยเป๋าฮื้อปราณมืดหน้าตาเหมือนหอยเป๋าฮื้อทั่วไป ไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนหอยเป๋าฮื้อปราณนภา แต่ขนาดพอๆ กับหอยเป๋าฮื้อในโลกที่เขาจากมาเท่านั้น
วิธีการปรุงอาหารโอสถทิพย์ที่ดีที่สุดคือการตุ๋นให้เดือดเป็นเวลานาน หลังจากที่นำหอยเป๋าฮื้อมาทำน้ำแกงเรียบร้อย น้ำแกงนั้นก็พลันมีฤทธิ์เป็นยา โดยเฉพาะหลังจากที่ใส่สมุนไพรพลังปราณลงไป คุณค่าของน้ำแกงก็จะเพิ่มมากขึ้นอีก จนอาจเรียกได้ว่าเป็นจิตวิญญาณของอาหารโอสถทิพย์ก็ว่าได้
ปู้ฟางนำหม้อดินเผาออกมาแล้ววางหอยเป๋าฮื้อปราณมืดลงไปข้างใน จากนั้นก็เทน้ำจากบ่อน้ำพุที่ระบบมอบให้ลงไปในหม้อ น้ำสะอาดบริสุทธิ์รสชาติหวานเต็มไปด้วยพลังปราณหนาแน่น
หลังจากที่ปู้ฟางแลกเปลี่ยนสมุนไพรจากระบบเรียบร้อย เขาก็จัดการหั่นแล้วนำใส่หม้ออย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มเรียงชนิดของสมุนไพรที่จะใช้เป็นอย่างดี หากจัดเรียงผิดล