ดวงตาดำขลับบนใบหน้าหล่อเหลาของเซียวเยวี่ยขณะมองไปที่จีเฉิงเสวี่ยดูเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่พร่างพราวด้วยดวงดาวระยิบระยับ
จีเฉิงเสวี่ยชะงักทันทีที่ได้ยินคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้า คิ้วแหลมของเขามุ่นเข้าหากันจนแทบกลายเป็นเส้นเดียว จากนั้นองค์ชายสามก็สูดหายใจเข้าลึก แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเป็นไอขาว พัดเกล็ดหิมะให้กระจายออกไป
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน” จีเฉิงเสวี่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นกว่าเก่า
จีเฉิงเสวี่ยไม่เคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดเซียวเยวี่ยจึงทำร้ายจีรู่เอ๋อร์มารดาของตนเอง แม้อีกฝ่ายจะจดจ่ออยู่กับการฝึกวิชากระบี่ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น แต่เขาก็ดูไม่ได้คลั่งไคล้ในวิชาจนจะกระทำการเช่นนั้นได้แม้แต่น้อย…
เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนที่เซียวเยวี่ยแทงหัวใจมารดาตนเองจนแตกด้วยกระบี่ จัดว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมากเสียยิ่งกว่าการตีตนออกห่างและไปเข้าพวกกับสำนักกระบี่มหาสูญด้วยซ้ำไป
ก่อนหน้านี้จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกโกรธแค้นเป็นอันมาก เนื่องจากจีรู่เอ๋อร์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของเขา ทั้งยังเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เขามีในวังหลวง นางเป็นคนที่ชายหนุ่มพึ่งพามาตลอด เปรียบเสมือนที่พักใจเพียงหนึ่งเดียวในเวลาที่เขาต้องพบเจอกับความโหดร้ายของชีวิต
ตอนที่จีรู่เอ๋อร์จะแต่งงานนั้น ตัวเขาทำกระทั่งชี้ดาบไปที่หน้าอกของเซียวเหมิง เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายกล่าวคำสาบาน แม้จะเป็นการกระทำที่ดูเด็ก แต่ก็แสดงให้เห็น