ดินไปข้างหน้า “ไหนๆ พี่สองของข้าก็รับสำนักวิญญาณเข้ามาแล้ว จะรับสำนักสุขสามัคคีมาเพิ่มอีกแล้วจะทำไมเล่า บางทีสำนักวังกระดูกขาวและวังวิญญาณทมิฬอาจจะส่งตัวแทนมาร่วมด้วยก็เป็นได้… เขายอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อครองราชย์บัลลังก์ ดูเหมือนจะไม่สนใจแล้วว่าการแหย่เสือนั้นจะนำมาซึ่งอันตรายอะไรบ้าง”
…
ณ ตำหนักอวี่อ๋อง
อวี่อ๋องมีสีหน้าเคร่งขรึมขณะนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห้องโถง มองลงมาที่สมาชิกสำนักต่างๆ เบื้องล่างที่มีพลังปราณแก่กล้า
หุนเชียนอวิ่นชายชราหลังโก่งในชุดคลุมสีดำเอื้อนเอ่ย “อวี่อ๋อง ผู้ฝึกตนจากสำนักสุขสามัคคีและสำนักวังกระดูกขาวมาถึงเรียบร้อยแล้ว ส่วนวังวิญญาณทมิฬนั้นเสียกำลังพลไปมากจากการต่อสู้กับจักรพรรดิฉางเฟิ่ง จึงส่งใครมาไม่ได้ ในบรรดาผู้ฝึกตนที่เรารับมานั้น สำนักสุขสามัคคีส่งขั้นจักรพรรดิยุทธการมาสองคน ขั้นราชันยุทธการสามคน และขั้นคลั่งยุทธการหลายสิบคน ส่วนสำนักวังกระดูกขาวส่งขั้นจักรพรรดิยุทธการมาสองคน ขั้นราชันยุทธการสองคน และขั้นคลั่งยุทธการร้อยคน หากรวมกับกำลังพลจากสำนักวิญญาณของข้า มั่นใจว่าเราจะช่วยให้ท่านครองบัลลังก์ได้อย่างแน่นอน”
อวี่อ๋องฟังหุนเชียนอวิ่นพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ยิ่งฟังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกใจมากเท่านั้น สมแล้วที่เป็นสำนักที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี แม้จักรพรรดิองค์ก่อนจะทำลายพวกเขาไปไม่น้อย แต่ก็ยังส่งกองกำลังมาได้มากถึงเพียงนี้ แถมยังมีขั้นจักรพรรดิยุท