นเดินย่ำไปบนหิมะขาว ชั้นหิมะก็ยุบตัวลงเล็กน้อย แต่เท้าของพวกนางกลับยังสะอาดไร้มลทิน ข้อเท้ามีสร้อยสีแดงผูกกระพรวนที่ดังเป็นเสียงหวานหูไปตามจังหวะเดิน
“กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง”
ในฤดูหนาวที่หิมะพัดเต็มท้องฟ้า เหล่านางทั้งห้ากลับใส่ชุดบางเบาสีชมพู ใบหน้าของพวกนางสวยหยดย้อย ดูยั่วยวนและมีเสน่ห์ไปในเวลาเดียวกัน พวกนางโยกซ้ายทีขวาทีขณะเดิน รูปร่างทรงนาฬิกาทรายดูน่าหลงใหล
ดวงตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาแทบหลุดออกจากเบ้า สาวงามทั้งห้าที่มีหุ่นสะบึ้มกำลังเดินเฉิดฉายอวดโฉมให้บรรดาหนุ่มๆ ได้เฝ้ามอง มีหลายคนที่อดรนทนไม่ไหวจนเลือดกำเดาไหลออกมา ทำให้พวกนางทั้งห้าคนอดหัวเราะคิกคักไม่ได้
เซียวเยวี่ยและจีเฉิงเสวี่ยยืนขมวดคิ้วอยู่ท่ามกลางฝูงชน ขณะมองร่างสาวงามทั้งห้าที่เดินอยู่ข้างหน้า
“สำนักสุขสามัคคีก็มาด้วยรึ แถมยังกล้ามาเดินโฉบไปโฉบมาในนครหลวงอีก หากท่านพ่ออยู่คงจับประหารไปเสียหมดแล้ว” องค์ชายสามส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเบา
ทันทีที่จักรพรรดิฉางเฟิ่งสวรรคต บรรดาสำนักน้อยใหญ่และกลุ่มอำนาจต่างๆ ก็พากันเนื้อเต้น ถึงกลับกล้ามาเดินโฉบไปเฉี่ยวมาในนครหลวงเลยทีเดียว ด้วยสถานการณ์ในเมืองที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงไม่มีใครมีเวลามาจัดการกับคนเหล่านี้
“พวกกลุ่มสตรีจากสำนักสุขสามัคคีมาทำอะไรที่นี่กัน หรือตั้งใจจะมาเข้าร่วมศึกชิงราชบัลลังก์ด้วย” เซียวเยวี่ยถามด้วยความงุนงง ใบหน้าเย็นชา
จีเฉิงเสวี่ยหัวเราะหึๆ แล้วค่อยๆ ก้าวเ