ณ ตำหนักอวี่อ๋อง ที่กลางตึกหลัก ข้างสระน้ำ
อวี่อ๋องดูสงบนิ่งขณะเดินไปตามทางพร้อมเอามือไพล่หลัง เขาอยู่ในชุดคลุมยาวพร้อมเสื้อกันหนาวขนสัตว์ที่คลุมอยู่บนบ่า
ขุนนางระดับสูงที่อวี่อ๋องส่งไปเชิญองค์ชายสามยืนอยู่เบื้องหลัง ชายชราผู้นั้นมีสีหน้าหวาดกลัว ได้แต่เดินตามอวี่อ๋องไปต้อยๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไร
“เจ้าบอกว่าน้องสามของข้าปฏิเสธคำเชิญจากทั้งข้าและองค์ชายรัชทายาทรึ” อวี่อ๋องพูดเสียงเรียบ ทำให้ขุนนางชราผู้นั้นสะดุ้งตกใจ เขารีบพยักหน้าหงึกหงักตอบทันที
อวี่อ๋องหัวเราะหึในลำคอ ดูท่าทางขบขันเป็นอันมาก มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มขณะมองจ้องไปที่หิมะบนลานตำหนัก
“หมายความว่าอย่างไรกัน เดี๋ยวนี้หัดปีกกล้าขาแข็งแล้วรึ รู้จักกลับมาผสมโรงเล่นการเมืองกับเขาเสียด้วย แค่นี้สถานการณ์ภายในนครหลวงก็วุ่นวายโกลาหลอยู่แล้ว… เจ้ายังคิดว่ามันจะแย่ได้มากกว่านี้อีกสินะ” อวี่อ๋องพึมพำกับตนเอง ดูเหมือนว่ากำลังตั้งคำถามกับอะไรบางอย่างอยู่ ใบหน้าของเขาฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์ออกมา
“เป็นแค่องค์ชายที่ใกล้ถูกท่านพ่อเขี่ยทิ้งอยู่รอมร่อแท้ๆ… กล้าดีอย่างไรจึงคิดจะมาสู้กับข้า”
…
ข้างๆ ประตูมายาสวรรค์ ณ วังขององค์ชายรัชทายาท
ร่างสองร่างกำลังยืนหลังตรง ดวงตามองออกไปภายนอกวัง มุมที่ยืนอยู่นี้ทำให้เห็นลานจัตุรัสของประตูมายาสวรรค์แทบทั้งลานเลยทีเดียว
“เรื่องการกลับมานครหลวงของน้องสาม ผู้อาวุโสเจ้ามีคำถามหรือข้อแนะนำอะไรหรือไม่