” องค์ชายรัชทายาทมองไปยังชายที่เปี่ยมไปด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิข้างกายตน จะเรียกว่าผู้อาวุโสก็ไม่ถูกนัก แม้ผมของเจ้ามู่เฉิงจะกลายเป็นสีขาวแล้ว แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ดูแก่ชราแต่อย่างใด
สายตาของเจ้ามู่เฉิงล้ำลึกอ่านยาก ราวกับเขาสามารถมองทะลุผ่านความเป็นไปของโลกได้อย่างปรุโปร่ง เขาเอ่ยตอบเสียงเรียบ “องค์ชายรัชทายาทไม่จำเป็นต้องกังวลไป แม้องค์ชายสามจะยังมีศักดิ์เป็นองค์ชาย แต่ท่านจักรพรรดิองค์ก่อนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาแต่อย่างใด ยิ่งใช้ชีวิตไปกับการสู้รบอยู่นอกอาณาจักรเป็นเวลานาน เขายิ่งกลายสภาพเป็นทหารมากกว่าองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ถึงอย่างไรก็คงไม่มีวันได้ยุ่งเกี่ยวกับราชบัลลังก์อย่างแน่นอน”
องค์ชายรัชทายาทรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้ยินเป็นอันมาก แม้เขาจะไม่ได้กังวลเรื่องน้องสามมากนัก แต่การเข้ามายุ่มย่ามในกิจการของนครหลวงที่สับสนอลหม่านอยู่แล้ว ก็เพียงพอที่จะทำให้สถานการณ์วุ่นวายขึ้นไปอีกได้
เจ้ามู่เฉิงมององค์ชายรัชทายาทแล้วแสร้งยิ้มบาง “ด้วยแรงสนับสนุนของตระกูลโอวหยาง ตระกูลหยาง รวมถึงตระกูลเจ้า องค์ชายจะต้องกังวลอะไรอีก ถึงราชโองการของท่านจักรพรรดิองค์ก่อนจะยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาแล้วอย่างไรเล่า พระองค์มีคนหนุนหลังมากพอที่จะนอนรอวันขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ได้เลยทีเดียว”
ดูเหมือนว่าคำพูดของเจ้ามู่เฉิงจะมีพลังวิเศษบางอย่างที่ทำให้ความกระวนกระวายใจขององค์ชายรัชทายาทมลายหายไปทันที แม้องค์ชายจะรู