ว้เราค่อยมาคุยเรื่องสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงหลังจากที่ท่านอาจารย์กินข้าวเสร็จแล้วก็ได้” ถังอิ่นมุ่นคิ้วเหลือบตามองลู่เซียวเซียว
ปู้ฟางเอาหลังพิงพนัก ดวงตามองไปที่ผู้มาเยือนทั้งสาม เขากำลังครุ่นคิด “สามคนนี้มาที่ร้านเพราะสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงสินะ…”
“ฮ่าๆ! เถ้าแก่ปู้ ไม่ได้เจอกันเสียนาน”
ขณะที่ปู้ฟางกำลังคิดอยู่นั้น เสียงหัวเราะดังลั่นก็ดังมาจากภายนอกร้าน เสียงหัวเราะนี้ฟังดูคุ้นเคยชอบกล ทำให้เขาพลันสะดุ้งตื่นจากห้วงแห่งความคิด
ชายหนุ่มหันไปมองที่ทางเข้าร้านด้วยสีหน้างุนงง จากนั้นร่างสองร่างก็เดินผ่านปากประตูมาพร้อมกัน
คนที่กำลังหัวเราะร่วนอยู่นั่นไม่ใช่จีเฉิงเสวี่ย องค์ชายสามที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจทางทหารนอกอาณาจักรรึ
ส่วนชายในหมวกไม้ไผ่พร้อมผ้าปิดหน้าที่ยืนอยู่ข้างเขานั้น รูปร่างก็ดูคุ้นชอบกล
“หือ เจ้านี่เอง ทำธุระเสร็จแล้วรึ” ปู้ฟางถามพร้อมรอยยิ้ม
จีเฉิงเสวี่ยสะดุ้งเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจว่าปู้ฟางหมายถึงอะไร แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขายิ้มแล้วนั่งลงที่โต๊ะก่อนเอ่ยอย่างรวดเร็ว “เถ้าแก่ปู้ ข้าไม่ได้ดื่มสุราหัวใจหยกเยือกแข็งมาสักพักแล้ว รู้สึกอยากได้มาเชยชมสักเหยือกเหลือเกิน รีบเอามาให้ข้าเร็วเข้า”
ปู้ฟางพยักหน้า เขาลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่ชายในหมวกไม้ไผ่พร้อมผ้าคลุมหน้าก่อนเอ่ยถาม “แล้วเจ้าล่ะ”
“เอาเหมือนกัน” เสียงแหบห้าวดังตอบกลับมา ชายคนนั้นถอดหมวกไม้ไผ่ออก เผยให้เห็นใบหน้