บย่ำเสียไม่เหลือชิ้นดี
อาหารจานอื่นเองก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน แม้ใบหน้าและรูปร่างของหนี่หยันจะสวยงามเหมือนนางฟ้า แต่ปากของนางกลับร้ายกาจเหมือนยาพิษขณะวิพากษ์วิจารณ์รสชาติอาหาร นางปากร้ายยิ่งกว่าปู้ฟางเสียอีก
พี่หญิงใหญ่ชุนมีสีหน้าถมึงทึงหลังจากฟังคำวิจารณ์เผ็ดร้อนของหญิงสาวเข้าไปเต็มสองรูหู ส่วนหนี่หยันก็ตั้งท่าจะเดินขึ้นไปที่ชั้นสองหลังจากกินอาหารที่ชั้นแรกเสร็จ
ด้วยความที่ถังอิ่นมีเงินจ่าย พี่หญิงใหญ่ชุนจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปล่อยให้พวกเขาทำตามใจชอบ นางทำได้เพียงรีบวิ่งไปบอกเฉียนเป่าเท่านั้น เพราะรู้สึกว่าสตรีรูปงามผู้นี้มีฝีปากเราะร้ายก่อเรื่องได้เจ็บแสบเสียยิ่งกว่าปู้ฟางอีก…
กว่าเฉียนเป่าจะรุดขึ้นไปที่ชั้นสอง หนี่หยันก็กินอาหารเสร็จไปแล้วกว่าครึ่ง
“หืม ไอ้ปูม้านี่ไม่เลวเลย ถึงคุณภาพเนื้อจะห่วยแตกแต่พ่อครัวควบคุมอุณหภูมิน้ำมันได้ดีทีเดียว มันปูเองก็ทำออกมาได้สุกรสชาติพอดี… จานนี้ถือว่ารับได้ถ้าเทียบกับจานอื่น” หนี่หยันพ่นคำวิจารณ์ออกมาหลังจากที่กินผัดปูม้าเข้าไปคำเดียว
เฉียนเป่าที่ยืนอยู่ด้านข้างน้ำตาแทบไหล หญิงสาวนางนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง นางพูดสิ่งเดียวกับที่ปู้ฟางพูดไม่มีผิด แถมยังเอ่ยชมในจุดที่พวกเขาปรับวิธีการตามที่ปู้ฟางแนะนำอีกด้วย
“โดยรวมแล้วอาหารที่ชั้นสองดีกว่าชั้นแรกเยอะ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เอาล่ะ ข้าจะไปต่อที่ชั้นสามเสียที” หนี่หยันพูดพร้อมลุกขึ้นยืน
พอได้ยินค