“เมื่อเช้านี้ท่านขุนศึกและแม่ทัพโอวหยางได้รับจดหมายลับจากองค์ชายรัชทายาท องค์ชายตรัสว่ามีข้อมูลว่าพวกเจ้าทั้งสองอยู่ที่ใด ด้วยเหตุนี้ท่านขุนศึกและแม่ทัพโอวหยางจึงไปที่วังขององค์ชายรัชทายาทตอนนี้” หลัวซานเหนียนพูดด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
หยางเฉินและโอวหยางเสี่ยวอี้เข้าใจสิ่งที่หลัวซานเหนียนพูดตามเนื้อผ้าเท่านั้น แต่ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง
แต่ปู้ฟางรู้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังฉากมาบ้าง กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้แต่อย่างใด อันที่จริงแล้วใครจะขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแทนนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาแตกต่างไปแม้แต่น้อย เนื่องจากเขาเพียงต้องการเปิดร้านอาหารในนครหลวงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่จักรพรรดิองค์ใหม่ไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาก็ไม่เป็นไร
“เอาล่ะ ในเมื่อไอ้หมอนั่นโดนเจ้าไล่เปิดเปิงไปแล้ว เจ้าก็พาสองคนนี้ไปส่งบ้านด้วยก็แล้วกัน” ปู้ฟางหันมาพูดกับหลัวซานเหนียน
หลัวซานเหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองปู้ฟางแล้วพยักหน้า “ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเถ้าแก่ปู้มานานแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสเจอท่านตัวเป็นๆ เสียที เจ้าของร้านอาหารที่เป็นที่โจษจันไปทั่วนครตอนนี้ย่อมไม่ใช่ปุถุชนคนธรรมดาแน่นอน”
ความจริงที่ว่าปู้ฟางสามารถโจมตีเท้าของผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการได้โดยใช้มีดทำครัวนั้น แปลว่าฝีไม้ลายมือในการต่อสู้ของเขาย่อมต้องยอดเยี่ยม ผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิยุทธการจัดว่าเป็นระดับแนวหน้าของจักรวร