พลังกดดันที่หนักเหมือนขุนเขากดทับลงมาบนร่างโอวหยางเสี่ยวอี้และหยางเฉิน ทำให้ทั้งสองขยับร่างกายไปไหนไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถเรียกพลังปราณเที่ยงแท้ในร่างให้ไหลเวียนตามใจชอบได้อีกด้วย ราวกับพลังของพวกเขาถูกแช่แข็งเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น
โอวหยางเสี่ยวอี้และหยางเฉินพยายามหันศีรษะไปมองด้านหลังด้วยความยากลำบาก และเห็นซงเถายืนค้ำตัวพวกเขาเอาไว้
ดวงตาของซงเถาทอแสงอ่านยาก พลังปราณปรากฏขึ้นที่ส่วนลึกในดวงตา ขณะแรงกดดันน่ากลัวไหล่บ่าออกจากร่าง ซงเถาเป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิยุทธการ จึงไม่ใช่คนที่โอวหยางเสี่ยวอี้และหยางเฉินจะต่อกรด้วยได้
“จับตัวได้เสียที!” เขายิ้มเยาะพร้อมกดมือลงบนบ่าของทั้งสองแรงขึ้นอีก เพื่อควบคุมให้ทั้งสองเดินออกมาจากฝูงชนเหมือนบังคับหุ่นเชิด
ซงเถาดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดเขาก็ทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากนายท่านสำเร็จลุล่วงเสียที นับเป็นภารกิจที่ยากยิ่ง หากเจ้าของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์มิได้มาท้าปู้ฟางแข่งในวันนี้พอดี เขาคงหาโอกาสงามๆ เช่นนี้ไม่ได้เป็นแน่แท้ เด็กสองคนนี้สำคัญเกินกว่าจะทำอะไรบุ่มบามไม่คิดหน้าคิดหลัง
ความสำคัญของโอวหยางเสี่ยวอี้ในฐานะองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลโอวหยางนั้นไม่ต้องพูดมากก็เข้าใจได้ นางเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลโอวหยางทั้งตระกูล อีกทั้งหยางเฉิน บุตรชายของขุนศึกหยางก็เป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลหยาง เด็กชายเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูลที่ทุกคนดูแลเสียยิ